สิวคืออะไร ?

สิว นับเป็นปัญหาผิวอันดับต้นๆ ที่พบได้บ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสิวเสี้ยน สิวอักเสบ สิวอุดตัน ถึงแม้ว่าสิวอาจไม่ได้สร้างอันตรายให้กับร่างกาย แต่ก็ทำให้เกิดความไม่มั่นใจให้ใครหลายๆ คน สิวเกิดจากการอักเสบของรูขุมขนและต่อมไขมัน (Seborrheic area)  ที่บริเวณชั้นไขมัน ทำให้เกิดการสะสมและอุดตันขึ้นในรูขุมขน จึงทำให้เกิดสิวได้ โดยจะเกิดได้หลายบริเวณทั้งบนใบหน้า คอ แผ่นหลัง เป็นต้น การรักษาสิวในปัจจุบันมีหลากหลายวิธีด้วยกัน อย่างเช่น การทายา การรับประทานยา การรักษาด้วยเลเซอร์ ในกรณีผู้ที่มีปัญหาสิวในระดับรุนแรงควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาค่ะ

สาเหตุของการเกิดสิว

ปัญหาสิวนั้นเกิดขึ้นมาจาก 4 สาเหตุหลักด้วยกัน

  • การผลิตน้ำมันจากต่อมไขมันใต้ชั้นผิวที่มากจนเกินไป
  • การอุดตันใช้ชั้นผิวจากการผิวหนังชั้นนอกสุดเกิดการหนาตัวขึ้นแบบผิดปกติ
  • การติดเชื้อแบคทีเรียประจำถิ่นอย่างตัว acnes
  • การอักเสบของชั้นผิว

ปัจจัยใดมีส่วนช่วยที่ทำให้เกิดสิวได้บ้าง ?

  • การล้างหน้าไม่สะอาด มีสิ่งสกปรก มลภาวะต่างๆ รวมไปถึงเครื่องสำอางค์ตกค้างอยู่บนผิว
  • การใช้เครื่องสำอางค์ที่ทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองผิว
  • การรับประทานอาหารบางชนิดที่กระตุ้นให้เกิดสิวได้เช่นผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ทำจากนม ขนมหวานและเค้ก
  • ฮอร์โมนเพศชายที่สูงเกินไป เช่น Androgen, Progesterone
  • กรรมพันธุ์
  • ยาบางชนิด เช่น Steriod, Lithium
  • สภาพอากาศ

ประเภทของสิว

สิวนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ สิวอักเสบ (Inflammatory acne) กับสิวที่ไม่อักเสบ (Non-inflammatory acne)โดยทั้งสองประเภทก็มีการแบ่งลักษณะที่แตกต่างกันไป

สิวอักเสบ

เกิดจากการอุดตันและเกิดการอักเสบ รวมไปถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย บริเวณรูขุมขนและต่อมไขมันใต้ชั้นผิว ประกอบไปด้วย

  • สิวตุ่มแดง จะมีลักษณะเป็นตุ่มสีแดง นูนๆ มีขนาดเล็ก
  • สิวตุ่มหนอง จะมีลักษณะเป็นตุ่มหนอง มีหนองสีเหลืองให้เห็นชัดเจน
  • สิวซีสตุ่มใหญ่ จะมีลักษณะเป็นก้อนสีแดงขนาดใหญ่และเป็นก้อนลึกมีถุงล้อมรอบอยู่ใต้ผิวหนัง อาจเป็นสิวหลายหัวอยู่ติดๆกันได้
  • สิวหัวช้าง จะมีลักษณะเป็นก้อนนูนๆขนาดใหญ่ๆ เมื่อหัวสิวแตกจะมีเป็นหนองปนเลือดออกมา

สิวที่ไม่อักเสบ

เกิดจากการอุดตันของไขมันบริเวณรูขุมขนและต่อมไขมันใต้ชั้นผิว ประกอบไปด้วย

  • สิวอุดตันหัวขาว จะเป็นสิวอุดตันหัวปิดคือจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนๆสีขาวอยู่ใต้ผิวหนัง ขนาดเล็กๆ
  • สิวอุดตันหัวดำจะเป็นสิวอุดตันหัวเปิด คือจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนๆขึ้นสีดำ ขนาดเล็กๆ หัวสิวจะเปิดอยู่

การดูแลรักษาสิว

การดูแลรักษาตนเองเมื่อเกิดปัญหาสิวนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน โดยเริ่มจากการดูแลด้วยตนเองง่ายๆ ดังนี้

  • ล้างหน้าให้สะอาด เพื่อลดการสะสมของสิ่งสกปรกบนใบหน้า
  • หากทำการรักษากับแพทย์ ให้หมั่นทายา รับประทานยาตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • หลีกเลี่ยงการบีบสิวด้วยตนเอง เพราะจะทำให้สิวยิ่งอักเสบ
  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง เพราะผิวจะซ่อมแซมตัวเองช้าลง และทำให้เห็นรอยสิวได้ชัดขึ้น

การป้องกันไม่ให้เกิดสิว

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า อย่างเช่น การแคะ แกะ เกา
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางค์ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว
  • หมั่นซักผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม เพื่อลดการสะสมเชื้อ และสิ่งสกปรก
  • หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของทอดของมัน ผลิตภัณฑ์จากนม อาหารหวานต่างๆ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • รับประทานผักผลไม้ และอาหารที่มีประโยชน์
  • หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด

วิธีที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสิวที่ทุกคนสามารถทำได้ แต่ถึงอย่างไรสิวก็อาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยภายในที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างเช่น กรรมพันธุ์หรือฮอร์โมน เราสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา และดูแลรักษาตนเองตามวิธีการข้างต้น อย่างน้อยเพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาสิวที่เกิดจากปัจจัยนี้ค่ะ

รอยสิว รอยดำ รอยแดง รักษาอย่างไรได้บ้าง ?

 

หลังจากสิวหายแล้ว แน่นอนว่าสิ่งที่หนีไม่พ้นก็คือ ปัญหารอยสิว เช่น รอยแผลเป็น รอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิว สามารถรักษาได้ดังนี้

  • หลุมสิว (Atrophic scars) เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเนื้อเยื้อผิวหนังที่น้อยเกินไป มีหลากหลายลักษณะแตกต่างกันออกไป สามารถรักษาได้หลายวิธี อย่างเช่น การทำเลเซอร์ การกรอผิว ตัดพังผืด หรือการทายาและรับประทานยาในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ ทั้งนี้ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์นะคะ
  • คีรอยด์ (Hypertrophic and keloid scars) เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเนื้อเยื้อผิวหนังที่มากเกินไป ทำให้เกิดแผลเป็นมีลักษณะนูนแข็งขึ้นมา สามารถรักษาได้ด้วยการทาซิลิโคน ฉีดยาสเตียรอยด์ หรือการผ่าตัด โดยแผลเป็นนี้ไม่สามารถรักษาให้หายถาวรได้แต่จะทำให้เล็กลงหรือกลมกลืนกับผิวของเราให้ได้มากที่สุด  
  • รอยสิวทั่วไป มีลักษณะเป็นรอยดำ รอยแดง จุดด่างคำ สามารถหายได้เองตามธรรมชาติแต่ต้องใช้เวลา หรือสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณสมบัติช่วยลดรอย การทำเลเซอร์ การทำทรีทเม้นต์ และหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด เป็นต้น

โดยความรุนแรงของรอยนั้นจะรุนแรงหรือเห็นได้ชัดแค่ไหน การดูแลตนเองในช่วงที่เป็นสิวเป็นส่วนที่สำคัญมาก หากเราชอบไปกด หรือบีบอาจทำให้ผิวเกิดการอักเสบจนทำให้เกิดหลุมสิว และรอยที่ทำให้ยากต่อการรักษาค่ะ

รักษาสิวที่พัชชาคลินิก 

วิธีการดูแลเบื้องต้นเป็นวิธีการง่ายๆที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง แต่ในบางกรณีการรักษาสิวนั้นนอกจากจะดูแลด้วยตนเองแล้วก็ยังไม่เพียงพอ ที่พัชชาคลินิกจึงมีโปรแกรมในการดูแลรักษาปัญหาสิวต่างๆ 2 โปรแกรม เพื่อช่วยในการรักษาปัญหาสิว

โปรแกรม Acne clear treatment

เป็นโปรแกรมการรักษาสิว 7 ขั้นตอน ประกอบไปด้วย

  1. การทำความสะอาดผิวหน้า
  2. การกดสิว
  3. การฉายแสงฆ่าเชื้อสิว
  4. การมากส์ฆ่าเชื้อสิว ลดการอักเสบ
  5. การฉีดสิว
  6. ทายาฆ่าเชื้อสิว
  7. ฉีดสเปรย์น้ำแร่กุหลาบจากฝรั่งเศสเพื่อปรับสมดุลผิว

โปรแกรม Acne clear laser + A-IPL

  1. การทำความสะอาดผิวหน้า
  2. การกดสิว
  3. การฉายแสงฆ่าเชื้อสิว
  4. การมากส์ฆ่าเชื้อสิว ลดการอักเสบ
  5. การฉีดสิว
  6. ทายาฆ่าเชื้อสิว
  7. ฉีดสเปรย์น้ำแร่กุหลาบจากฝรั่งเศสเพื่อปรับสมดุลผิว
  8. เลเซอร์เพื่อลดรอยดำ-รอยแดงจากสิว
  9. ยาทารักษาสิวจ่ายยาโดยแพทย์ ประเมินการรักษาตามปัญหาสิวของแต่ละบุคคล

สรุป

สิว ถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็ทำให้ผู้ที่มีปัญหานี้เกิดความไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นกัน การรักษาสิวในปัจจุบันมีหลายวิธี โดยหัวใจหลักของการรักษาคือ แก้ปัญหาสิวเก่า ลดการเกิดสิวใหม่ สำหรับใครที่มีปัญหาไม่มากอาจเริ่มได้จากการดูแลรักษาด้วยตนเอง โดยควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่เชื่อถือได้ ได้มาตฐาน ผ่าน อย. ส่วนผู้เลือกทำการรักษากับแพทย์ หมอขอแนะนำให้ศึกษาหาคลินิกหรือโรงพยาบาลที่เหมาะกับเรา ไม่เลี้ยงไข้ ได้มาตรฐาน และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการรักษา เพื่อลดปัญหาค่าใช้จ่ายที่บานปลายและผลลัพธ์การรักษาที่ดีค่ะ

ทีมแพทย์พัชชาคลินิก