เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการร้อยไหม

ร้อยไหม คือ วิธีการยกกระชับผิว โดยใช้ไหมละลายใส่เข้าไปใต้ชั้นผิว เงี่ยงไหมจะยึดเกาะกับผิว เพื่อยกกระชับผิวขึ้นตามตำแหน่งที่ต้องการ ทำให้ใบหน้าที่หย่อนคล้อยยกกระชับขึ้น อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้อีกด้วย 

สารบัญ

ร้อยไหมช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง ?

การร้อยไหมเป็นหัตถการที่เน้นในเรื่องของการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้ผลลัพธ์ทันทีหลังทำ และช่วยแก้ไขได้หลากหลายปัญหาด้วยกันไม่ว่าจะเป็น

  • ร้อยไหมหน้าเรียว ช่วยปรับรูปหน้าให้กระชับ กรอบหน้าชัด
  • ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย เก็บกระเปาะแก้ม แก้ปัญหาแก้มตอบ ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  • ร้อยไหมเหนียง แก้ปัญหาเหนียงที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น
  • ร้อยไหมยกหางตา แก้ปัญหาหนังตาตก ยกหางคิ้ว หางตาขึ้น
  • ร้อยไหมเสริมจมูก ช่วยปรับสันจมูกให้ดูโด่งขึ้น ลดขนาดปีกจมูก
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนบริเวณชั้นผิว ทำให้ผิวเรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอย
ร้อยไหม

เหมาะหรือไม่เหมาะกับใคร ?

การร้อยไหมไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำได้ โดยจำเป็นที่จะต้องเช็กตัวเองก่อนว่าเรานั้น “เหมาะ” หรือ “ไม่เหมาะ”  ทำแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดีหรือไม่

adcta-tel
adcta-inboxfacebook
adcta-addline
adcta-tel
adcta-inboxfacebook
adcta-addline

ร้อยไหมอันตรายไหม มีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง?

หลายคนกังวลว่าร้อยไหมอันตรายไหม ทำให้ลังเลที่จะเข้ามาร้อย

จริงๆ แล้วไม่เป็นอันตรายค่ะ ถ้าหากเราเลือกใช้ไหมที่มีคุณภาพ เหมาะกับสภาพผิว ร้อยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และเลือกใช้บริการกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน โดยการร้อยไหมนั้นจะมีข้อดีข้อเสียต่างกันไปดังนี้

ข้อดีของการร้อยไหม

ข้อเสียของการร้อยไหม

แต่จะเห็นว่าการร้อยไหมนั้นอาจมีผลข้างเคียง เช่น อาการตึงผิวหน้า รู้สึกอ้าปากลำบาก มีอาการบวม รอยเขียวช้ำบริเวณแนวไหม เป็นต้น แต่จะเกิดขึ้นได้ในบางท่านและจะค่อยๆหายได้เองที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ 

อ่านเพิ่มเติม : ผลข้างเคียงของการร้อยไหม

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อลดอาการบวมช้ำ และอาการข้างเคียงต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมไปถึงหลังร้อยไหมควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยยกกระชับยาวนานมากยิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติม : วิธีเตรียมตัวก่อนร้อยไหม และการดูแลหลังร้อยไหม

ร้อยไหมมีกี่ชนิด ?

  • ไหมก้างปลา เงี่ยงไหมคล้ายก้างปลา ช่วยยกระชับได้ดี แต่อาจเกิดอาการบวมช้ำได้มากกว่าไหมชนิดอื่น เนื่องจากเป็นเข็มปลายแหลม
  • ไหมทอร์นาโด เงี่ยงไหมรอบทิศทาง 360 องศา ยึดเกาะกับผิวได้ดี เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้า
  • ไหม Mint เงี่ยงไหมหล่อขึ้นมาแบบเฉพาะ รอบทิศทาง 3 มิติ ช่วยยกกระชับได้ดีกว่าไหมทั่วไปถึง 4 เท่า
  • ไหมโครงตาข่าย Tesslift เงี่ยงไหม 2 ชั้น มีโครงตาข่ายล้อมรอบตัวไหม ช่วยยึดเกาะกับผิวและสร้างคอลลเจน ทำให้ผิวกระชับและอิ่มฟูขึ้น
  • ไหมเกลียวล็อค ไหมเรียบ ไม่มีเงี่ยง มักใช้ร้อยควบคู่กับไหมมีเงี่ยงเพื่อช่วยในเรื่องของการยกกระชับพร้อมกับผิวที่อิ่มฟู เต่งจึงมากขี้น

ต้องใช้ไหมกี่เส้น ?

จำนวนไหมที่ใช้จะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับรูปหน้าและปัญหาที่กังวลของแต่ละคนเป็นหลัก โดยคุณหมอจะมีแนวการวางไหมคร่าวๆ พื้นฐานเริ่มต้นที่ 4 เส้น และจะปรับตามปัญหารูปหน้าของแต่ละบุคคล ดังนี้

ร้อยไหมกี่เส้น
  • เส้นที่ 1,2 จะเริ่มวางบริเวณแนวกรอบหน้าและกราม เพื่อสร้างฐานของหน้า จะช่วยเก็บกรอบหน้าให้กระชับขึ้น 
  • เส้นที่ 3 เส้นนี้วางพาดไปในแนวกระเปาะแก้มด้านหน้า จะช่วยเก็บกระเปาะแก้มที่หย่อนคล้อยและแก้ไขปัญหาแก้มตอบ
  • เส้นที่ 4 เส้นนี้จะวางไหมไว้บริเวณมุมปาก หรือ ร่องน้ำหมาก สามารถแก้ปัญหาร่องน้ำหมาก หรือ มุมปากตกได้
  • เส้นที่ 5,6 จะวางไหมไว้บริเวณร่องแก้ม ช่วยแก้ไขปัญหาร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก เก็บกรอบหน้า และกระเปาะแก้มที่ห้อย

แต่ในเคสที่ร่องแก้มเกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวบริเวณหน้าแก้ม หรือมีรอยพับผิว ในกรณีที่เป็นร่องลึกแนะนำให้แก้ไขด้วยการเติมฟิลเลอร์ร่องแก้ม

อ่านเพิ่มเติม : ร้อยไหมกรอบหน้าต้องใช้ไหมกี่เส้น

ขั้นตอนการร้อยไหม

ขั้นตอนในการร้อยอาจจะมีความแตกต่างไปตามชนิดของไหม และตำแหน่งที่ทำการร้อย โดยปกติแล้วจะใช้เวลาในการทำประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรืออาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ขั้นตอนวิธีการร้อยไหม

มีโรคประจำตัวร้อยไหมได้ไหม ?

ผู้ที่มีโรคประจำตัวนั้นจะสามารถแบ่งได้เป็นสองกลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มที่สามารถทำได้และไม่สามารถทำได้ ซึ่งกลุ่มโรคที่ไม่แนะนำให้ร้อยหรือแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน ได้แก่ โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  โรคประจำตัวที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนร้อยไหม

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ

หลังจากร้อยไหมไปแล้วมีในหลายกรณีด้วยกันที่เกิดปัญหาขึ้นหลังทำ โดยปัญหาที่พบหลังจากการร้อยไหมไปแล้วส่วนใหญ่นั้น ได้แก่

  • เกิดริ้วไหม หรือ รอยรั้งไหม

มีลักษณะเป็นรอยบุ๋ม ยุบลงไปบนใบหน้า หรือรอยคลื่น เป็นชั้นๆ บริเวณที่ร้อยไหมไป ซึ่งเกิดจากการดึงไหมเพื่อช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยขึ้น แต่เมื่อไหมเริ่มเซ็ตตัวเข้ากับผิวหน้าของเราแล้ว รอยต่างๆ ก็จะค่อยๆ ตื้นขึ้น จนเรียบเป็นผิวปกติ โดยจะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ 

  • อาการไหมเคลื่อน

สามารถสังเกตได้จากผิวของเราค่อยๆ คล้อยลงมาเล็กน้อย อาจมีเสียงของไหมดัง “กึ๊ก” หลังจากแสดงสีหน้าแรงๆ แล้วไหมมีการเคลื่อนลงมา 

  • อาการไหมขาด

เมื่อไหมขาดจะได้ยินเสียงของไหมดัง “เปี๊ยะ” แล้วจะรู้สึกว่าไหมดีดหน้า มีการเจ็บแปล๊บบริเวณนั้น ในบางรายอาจจะมีอาการร้าวได้เลย และในกรณีที่ไหมขาดดีดมาโดนเส้นเลือดก็จะทำให้เกิดรอยช้ำม่วงๆ ได้

ทั้งอาการไหมเคลื่อนและไหมขาดนี้เกิดขึ้นจากการที่เราแสดงสีหน้าแรงๆ การเคี้ยวอาหารแรงจนเกินไป ดังนั้นเพื่อรักษาใบหน้าของเราให้ยกกระชับสวยได้ในระยะยาวนั้นควรดูแลผิวหน้าอย่างระมัดระวัง 

  • ร้อยไหมไปแล้ว 3-4 เดือน แต่ใบหน้ายังไม่ยกกระชับ

ในบางเคสที่อาจจะเจอกับปัญหาที่ไหมไม่ยก โดยต้องทำความเข้าใจก่อนได้ว่า ในการร้อยไหมแต่ละครั้งคุณหมอจะยกกระชับใบหน้าของเราขึ้นให้ได้มากที่สุด แต่ไหมจะเซ็ตตัวกับผิวของเราโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ทำให้ในช่วงเวลาที่ไหมยังไม่เซ็ตตัวกับผิวของเรานั้น ไหมมีโอกาสที่จะเคลื่อนลงมาได้เสมอ 

ยิ่งมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามากระตุ้น เช่น การแสดงออกทางสีหน้าแรงๆ ก็จะทำให้ไหมเคลื่อนลงมาได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดูดี สวยเป๊ะในระยะยาวจึงควรดูแลใบหน้าของเราหลังการทำให้ดีที่สุด

และอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้กลับมาหย่อนคล้อยไว คือ เนื้อเยื้อบริเวณที่เงี่ยงไหมเกาะอยู่เสื่อมสภาพลง ผิวขาดอิลาสติน (Elastin) ซึ่งเป็นตัวที่ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ทำให้เงี่ยงไหมไม่สามารถเกาะกับผิวได้นาน ผิวจึงหย่อนคล้อยลงมาได้เร็ว 

แต่ในบางเคสที่เนื้อเยื่อมีการสร้างอิลาสตินได้มาก ก็จะทำให้ไหมเกาะกับผิวได้ดีและนานมากยิ่งขึ้น ดังนั้นพอผ่านไป 6 เดือน แนะนำให้กลับมาร้อยซ้ำ เพื่อเพิ่มตัวอิลาสตินที่ทำให้ผิวเกิดการยกกระชับอยู่ได้นานมากขึ้น

สรุป

การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ช่วยยกกระชับใบหน้า แก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย ปรับรูปหน้าให้สมดุล โดยไม่ต้องผ่าตัด และเห็นผลทันทีหลังทำ ซึ่งในแต่ละบุคคลก็จะมีการใช้จำนวนเส้นไหมที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละเคส แพทย์จะมีการแนะนำก่อนทำทุกครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถร้อยได้ ก่อนจะทำหัตถการนั้นจะต้องศึกษาข้อมูลข้างต้นให้ดีก่อน เนื่องจากการร้อยไหมนั้นก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ดังนั้นก่อนทำหัตถการจึงจำเป็นที่จะต้องปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อประเมินและวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ก่อนการทำทุกครั้ง

ทีมแพทย์พัชชาคลินิก