โบท็อกซ์ คืออะไร ฉีดเพื่ออะไร ต้องรู้อะไรก่อนฉีด

โบท็อกซ์ (Botox) เป็นหัตถการอันดับต้นๆที่นำมาใช้ปรับรูปหน้าเรียว ลดริ้วรอย ลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในไทย ถึงแม้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ได้คงอยู่ถาวร แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าการฉีดโบท็อกซ์นั้นทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงได้จริง ชัดเจน และระยะเวลาการเห็นผลค่อนข้างไว จึงทำให้หลายคนหันมาสนใจปรับรูปหน้า เพิ่มความเยาว์วัยด้วยการฉีดโบท็อกซ์กันอย่างมากในตอนนี้

โบท็อก
ฉีดโบท็อก

สารบัญ

โบท็อกซ์ คืออะไร ?

โบท็อกซ์ (Botox) คือ สารพิษที่ได้จากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ที่มีด้วยกันถึง 7 ชนิด แต่ชนิดนำมาใช้ในวงการเสริมความงามที่เราคุ้นเคยกัน คือสาร Botulinum toxin type A มีความปลอดภัย ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อย. นอกจากมาใช้ในการลดริ้วรอย ปรับรูปหน้าเรียว และยังสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคต่างๆ เช่น ไมเกรน Office  syndrome ได้อีกด้วย

โบท็อกซ์ทํางานอย่างไร ?

โบท็อกซ์ หรือ โบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) เป็นสารพิษที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท โดยจะไปรบกวนระบบประสาทให้ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ จึงทำให้กล้ามเนื้อขาดการรับรู้การสั่งงานจากเซลล์ประสาท ส่งผลให้ไม่สามารถหดตัวได้ตามปกติ

จากหลักการทำงานดังกล่าวจึงมีการนำโบท็อกซ์มาใช้ในการลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา ย่นจมูก รวมถึงนำมาลดขนาดกล้ามเนื้อใช้ในการปรับรูปหน้าเรียวเล็ก และนำมาใช้ฉีดลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือฝ่าเท้า  อีกทั้งยังสามารถใช้ลิฟหน้าเพื่อให้ใบหน้าดูยกกระชับได้เช่นกัน

จากหลักการทำงานดังกล่าวจึงมีการนำโบท็อกซ์มาใช้ในการลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา ย่นจมูก

รวมถึงนำมาลดขนาดกล้ามเนื้อใช้ในการปรับรูปหน้าเรียวเล็ก และนำมาใช้ฉีดลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือฝ่าเท้า  อีกทั้งยังสามารถใช้ลิฟหน้าเพื่อให้ใบหน้าดูยกกระชับได้เช่นกัน

โบท็อกซ์ฉีดตรงไหน ช่วยอะไรได้บ้าง ?

โบท็อกซ์สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้หลากหลายบริเวณ ได้แก่

ฉีดโบท็อกช่วยอะไร
  • โบท็อกซ์กราม ช่วยให้กล้ามเนื้อกรามคลายตัวและอ่อนแรงลง ขนาดเล็กลง ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อกรามใหญ่ แต่ไม่เหมาะกับคนที่มีแก้มตอบและใบหน้าหย่อนคล้อยเยอะ
รีวิวโบท็อกกราม
รีวิวโบท็อกซ์กราม
  • โบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้าช่วยให้ผิวบริเวณกรอบหน้ายกกระชับ แนวกระดูกกรามคมชัด ใบหน้าได้รูปมากขึ้น และยังสามารถช่วยให้ใบหน้าดูเรียวได้อีกด้วย เหมาะกับคนไข้ที่ไม่ได้มีปัญหาความหย่อนคล้อยเยอะ
รีวิวโบท็อกลิฟหน้า
  • โบท็อกซ์รักแร้ หรือ ลดเหงื่อ ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อออกลดลง โดยเฉพาะบริเวณรักแร้เมื่อเหงื่ออกลดลง กลิ่นตัวก็จะลดลงไปด้วย
  • โบท็อกซ์ปีกจมูก ช่วยจมูกที่บานจากปีกจมูกกว้างดูแคบลง รูจมูกเล็กลง
  • โบท็อกซ์ริ้วรอย ช่วยลดริ้วรอยย่นขณะแสดงสีหน้าบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา รอยย่นจมูก ทำให้ผิวหน้าตึง กระชับ แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น ใบหน้าเด็กลง และสามารถลดการเกิดริ้วรอยถาวรบนใบหน้าได้
รีวิวโบท็อกริ้วรอย
  • โบท็อกซ์ลดน่อง ช่วยให้กล้ามเนื้อน่องเรียวเล็กลง พร้อมโชว์เรียวขาสวยได้อย่างมั่นใจ
  • โบท็อกซ์รักษาไมเกรน ยับยั้งไม่ให้กล้ามเนื้อหดตัวได้ชั่วคราว ทำให้คนไข้กลุ่มนี้มีอาการปวดไมเกรนลดลงและไม่รุนแรงเหมือนเดิม
  • โบท็อกซ์รักษา Office syndrome ทำให้กล้ามเนื้อหลังไม่หดเกร็ง คลายกล้ามเนื้อลง ผลพลอยได้ในบางคนจะทำให้ปีกที่หลังดูเล็กลง คอดูเรียวขึ้นด้วยค่ะ
  • โบท็อกซ์รูขุมขน ช่วยกระชับรูขุมขนที่กว้างให้เล็กลง และยังลดความมันบนใบหน้าให้น้อยลง

อ่านเพิ่มเติม : ฉีดโบท็อกซ์ตรงไหนได้บ้าง

ฉีดโบท็อกซ์แต่ละตำแหน่งใช้ปริมาณเท่าไหร่ ?

การฉีดโบท็อกซ์ในแต่ละตำแหน่งจะใช้โบท็อกซ์ในปริมาณที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับรูปหน้า ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และการประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก โดยจำนวนยูนิตที่ใช้ในแต่ละจุดจะสามารถบอกได้ในปริมาณที่คร่าวๆ ดังนี้

adcta-tel
adcta-inboxfacebook
adcta-addline
adcta-tel
adcta-inboxfacebook
adcta-addline

โบท็อกซ์อันตรายไหม ?

ฉีดโบท็อกซ์อันตรายไหม !! กลัวฉีดแล้วหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว หมอขอตอบว่า โบท็อกซ์ไม่เป็นอันตรายค่ะ เพราะเป็นสารที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาและมีการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลกเป็นเวลาหลายสิบปี จึงสามารถมั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อคนไข้

แต่ทั้งนี้ในปัจจุบันมีโบท็อกซ์ปลอม โบท็อกซ์หิ้วมากมาย หรือการฉีดกับหมอกระเป๋าที่ราคาถูกกว่าปกติมาก ซึ่งหมอไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้ดื้อโบท็อกซ์และเกิดอันตรายได้จากการฉีดผิดตำแหน่งไปโดนกล้ามเนื้ออื่นที่ไม่ต้องการเนื่องจากผู้ฉีดไม่ทราบถึงสรีระและกายวิภาคของกล้ามเนื้อบนใบหน้าดีพอ อาการที่เกิดขึ้นได้จากการฉีดผิดตำแหน่งได้แก่ หนังตาตก ยิ้มเบี้ยว และกลืนลำบากเป็นต้น

กล้ามเนื้อใบหน้า

การฉีดโบท็อกซ์แม้จะออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อและเกิดผลลัพธ์ที่ดีตามมามากมาย แต่ยังมีบางบริเวณที่ไม่แนะนำให้ฉีดโบท็อกซ์หรือควรฉีดด้วยความระมัดระวัง ได้แก่

  1. บริเวณเปลือกตา ; กล้ามเนื้อบริเวณนี้มีหน้าที่ในการเปิดเปลือกตาขึ้น หรือลืมตา หากฉีดโบท็อกซ์บริเวณนี้จะทำให้หนังตาตกได้
  2. เหนือคิ้ว ; เป็นหนึงในบริเวณที่ฉีดเพื่อปรับทรงคิ้วให้ดูยกขึ้น แต่หากฉีดผิดตำแหน่งจะทำให้หนังตาและคิ้วตกลงมาได้
  3. โบท็อกซ์ริ้วรอยใต้ตา ; บริเวณนี้แนะนำฉีดในปริมาณที่น้อยเพื่อลดริ้วรอยบริเวณใต้ตา แต่ไม่แนะนำในคนไข้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อย เพราะจะทำให้เห็นถุงใต้ตาชัดขึ้น
  4. โหนกแก้ม ; บริเวณนี้เป็นวิธีการฉีดลิฟหน้าเพื่อให้ผิวช่วงโหนกแก้มดูกระชับขึ้น แต่หากฉีดผิดตำแหน่งอาจไปโดนกล้ามเนื้อในการฉีกยิ้มทำให้ยิ้มเบี้ยวได้
  5. ร่องแก้ม ; หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดร่องแก้มชัดคือกล้ามเนื้อฉีกยิ้มแต่ไม่แนะนำฉีดโบท็อกซ์ในการแก้ไขปัญหาร่องแก้ม เนื่องจากจะทำให้ยิ้มไม่ออก และรอยยิ้มเปลี่ยนไปดูไม่เป็นธรรมชาติ
  6. ร่องมุมปาก ; เป็นบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์เพื่อให้มุมปากยกขึ้น ลดร่องน้ำหมาก แต่หากฉีดผิดบริเวณหรือปริมาณมากเกินไปอาจทำให้ปากเบี้ยวได้

โบท็อกซ์มีกี่ยี่ห้อ อะไรบ้าง ?

ปัจจุบันโบท็อกซ์มีหลากหลายแบรนด์จากหลายประเทศที่ได้มาตรฐานอย.ไทย ตอนนี้มี 8 ยี่ห้อโบท็อกซ์ที่ผ่านอย.ไทย (อัปเดตปี 2022) ซึ่งในแต่ละแบรนด์จะมีกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันไป ส่งผลให้คุณสมบัติและจุดเด่นของแต่ละแบรนด์ต่างกัน

โดย Patcha clinic จะมีทั้งหมด 4 แบรนด์ด้วยกัน ดังนี้

Allergan 

Allergan botox จากประเทศอเมริกา เป็นแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรองจากอย. อเมริกา (US FDA) มีความบริสุทธิ์มากที่สุด จุดเด่นคือออกฤทธิ์ได้แม่นยำ อยู่ได้นานที่สุด เหมาะสำหรับฉีดแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า ลดกรามปรับรูปหน้าเรียว

Dysport

Dysport เป็นโบท็อกซ์จากประเทศอังกฤษ มียูนิตที่เฉพาะของตัวเอง จุดเด่นคือมีการกระจายของตัวยาที่กว้างไม่กระจุกเป็นจุดแคบๆ จึงเหมาะกับการฉีดลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว ลดกราม ลดต้นแขน ลดน่อง และฉีดยกกระชับ

Nabota

โบท็อกซ์ Nabota จากประเทศเกาหลี ได้รับ อย.จากอเมริกา (US FDA) มีค่าความบริสุทธิ์ของตัวยาอยู่ที่ 98.7% เป็นแบรนด์ของเกาหลีที่เห็นผลลัพธ์ได้เร็ว กรามและริ้วรอยลดลงได้ไว เหมาะกับงานเร่ง งานด่วน

Aestox

Aestox botox เป็นโบท็อกซ์จากประเทศเกาหลีเช่นเดียวกัน จุดเด่นของยี่ห้อนี้ คือผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นธรรมชาติเมื่อเทียบกับในกลุ่มโบท็อกซ์จากประเทศเกาหลี เหมาะสำหรับการใช้ปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย

เตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีดโบท็อกซ์

การเตรียมตัวก่อนไปฉีดโบท็อกซ์เป็นสิ่งสำคัญที่ควรรู้ไว้ เพราะจะส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ได้ และเพื่อความปลอดภัยค่ะ

ก่อนฉีดโบท็อกควรเตรียมตัวอย่างไร
  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีความชำนาญ
  • ตรวจสอบโบท็อกซ์ก่อนฉีดทุกครั้งเพื่อให้มั่นใจได้ว่าฉีดของแท้ได้มาตรฐานอย. โดยตรวจสอบตัวกล่องยาและขวดยาต้องมีข้อมูลที่ตรงกัน หรือบางแบรนด์จะมี QR code ให้สแกนเพื่อเช็กข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • งดแอลกอฮอล์ก่อนฉีด 24 ชั่วโมง
  • ในรายที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลได้ยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดจากโสม ใบแปะก๊วย
  • หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งก่อนฉีดโบท็อกซ์

โบท็อกซ์กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานกี่เดือน ?

เป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนถามเข้ามากันมากเลยค่ะ โดยระยะเวลาการเห็นผลแต่ละบริเวณจะใช้เวลาไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับตำแหน่งการฉีด ขนาดของมัดกล้ามเนื้อ และปริมาณยาที่ใช้ โดยในแต่ละบริเวณมีระยะเวลาในการเห็นผล ดังนี้

  • กราม ประมาณ 4-6 สัปดาห์
  • ริ้วรอย ประมาณ 2 สัปดาห์
  • ลิฟท์หน้า ประมาณ 2-4 สัปดาห์

สามารถอ่านระยะเวลาการเห็นผลของบริเวณอื่นเพิ่มเติม ได้ที่ ฉีดโบท็อกซ์กี่วันเห็นผล

และหลังฉีดโบท็อกซ์อยู่ได้กี่เดือนนั้น โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ได้นานประมาณ 4-8 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งที่ฉีด ยี่ห้อโบท็อกซ์ และการดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม : หลังฉีดโบท็อกซ์ควรดูแลตัวเองอย่างไร

ฉีดโบท็อกซ์มาแล้วไม่เห็นผลเป็นเพราะอะไรได้บ้าง ?

ฉีดโบท็อกซ์มาแล้วไม่เห็นผลหรือดูไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้ค่ะ

ฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผล
  • การผสมตัวยาโบท็อกซ์ที่เจือจางมากเกินไป ทำให้โดสยาไม่เพียงพอในการแก้ปัญหากล้ามเนื้อบริเวณนั้น
  • จำนวนยูนิตที่ใช้น้อยไปไม่เหมาะสมกับปัญหา เช่นเดียวกับโบท็อกซ์ที่เจือจางมากเกินไป โดสยาไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหากล้ามเนื้อนั้นๆ
  • แพทย์ฉีดไม่ถูกตำแหน่งของมัดกล้ามเนื้อ ทำให้มัดการเนื้อที่ต้องการแก้ไขไม่มีตัวยาโบท็อกซ์ไปออกฤทธิ์ จึงไม่เห็นผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • ใช้โบท็อกซ์ที่ไม่มีคุณภาพ โบท็อกซ์ปลอม
  • การโดนความร้อนที่อุณหภูมิ 50-80 องศาหลังฉีด ทำให้โบท็อกซ์สลายได้ไว
  • ฉีดโบท็อกซ์บ่อยเกินไปจนเกิดอาการดื้อยา และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการดื้อยาจึงควรเลือกสถานที่ฉีดที่ได้มาตรฐาน เช็กได้ว่าโบท็อกซ์ที่ใช้เป็นของแท้ และมีแพทย์ที่มีความชำนาญให้การดูแลรักษา

โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกคลินิกฉีดโบท็อกซ์ที่ดีได้ที่ ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี

สรุป

ในประเทศไทยโบท็อกซ์ได้รับความนิยมอย่างมากและนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ด้วยคุณสมบัติที่สามารถช่วยลดริ้วรอยให้ดูอ่อนเยาว์ ปรับรูปหน้าเรียว และแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ บนร่างกายได้โดยใช้ระยะเวลาไม่นานในการเห็นผล รวมถึงมีความปลอดภัยสูง

ปัจจุบันนี้ด้วยผลลัพธ์และราคาของโบท็อกซ์ดึงดูดคนไข้หลายๆคน หมออยากให้คนไข้ทุกท่านคำนึงถึงหลากหลายปัจจัยเพื่อประกอบการตัดสินใจไม่ว่าจะเป็นตัวยาที่ได้มาตรฐานอย. คลินิกที่ทำการรักษา รวมถึงแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อผลลัพธ์ที่ดีมีประสิทธิภาพต่อตัวคนไข้เอง และลดความเสี่ยงที่จะเกิดโอกาสการดื้อยาในอนาคตค่ะ

ทีมแพทย์พัชชาคลินิก

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของเว็บไซต์ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายคุกกี้ของเรา อ่านเพิ่มเติม

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า