สิวขึ้นที่แก้มเกิดจากอะไร 7 วิธีรักษาสิวที่แก้ม

สิวที่แก้มขึ้นเยอะเกิดจากอะไร สิวขึ้นที่แก้มบ่อยไม่ยอมหายสักที ใครที่มีปัญหานี้รู้สึกกังวลใจอยู่ ไม่รู้จะรักษาสิวที่แก้มอย่างไร หมอจะคลายความกังวลใจด้วยการเจาะลึกเกี่ยวกับสิวที่แก้มให้ทุกๆ คนได้รู้จักกันในบทความนี้ค่ะ

สิวที่แก้มเกิดจากอะไร

ถึงแม้ว่าแก้มจะไม่ได้อยู่ในบริเวณ T-Zone แต่ก็สามารถพบสิวขึ้นได้เยอะเหมือนกัน โดยสาเหตุของสิวที่แก้มนั้นเกิดจากดังนี้

สิวที่แก้มเกิดจากอะไร
  • รูขุมขนอุดตัน

    เซลล์ผิวที่ตายแล้ว สิ่งสกปรกต่างๆ รวมตัวกับความมัน ไขมันบนผิวเข้าไปอุดตันอยู่ในรูขุมขนทำให้เกิดสิวหลายๆ ชนิดตามมาได้ง่าย

  • แบคทีเรีย

    C.acnes คือแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวเจริญเติบโตได้ดีเมื่อเจอกับความมันบนใบหน้า และเมื่อมีจำนวนเยอะขึ้นจะกระตุ้นให้เกิดเป็นสิวอักเสบได้

  • ฮอร์โมน

    ถ้าฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวนจากการมีประจำเดือน ความเครียดสูงจะทำให้ฮอร์โมนแอนโดรเจนในร่างกายมากเกินไปจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้นผลิตน้ำมันออกมาเยอะ และกระตุ้นให้เกิดสิว

  • ของที่ใช้ไม่สะอาด

    ไม่ว่าจะเป็นมือ โทรศัพท์มือถือ ผ้าต่างๆ อาจมีสิ่งสกปรก แบคทีเรียติดอยู่และเมื่อเอาไปโดนบริเวณแก้มสิ่งสกปรกเหล่านั้นจะไปติดอยู่บนแก้มแทน สามารถทำให้แก้มระคายเคืองและเกิดเป็นสิวได้

สิวที่แก้มมีแบบไหนบ้าง

สิวที่แก้มสามารถพบประเภทสิวได้หลายชนิดโดยมีดังนี้

  • สิวที่แก้มแบบไม่อักเสบ

    เป็นสิวที่ไม่มีอาการบวมแดงรอบสิว หรือรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัสแต่จะเป็นตุ่มเล็กๆ นูนขึ้นมาทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียนซึ่งเรียกกันว่าสิวอุดตัน แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด

สิวที่แก้มแบบไม่อักเสบ
    • สิวหัวขาว เป็นสิวอุดตันหัวปิดไม่มีหัวสิวขึ้นมาจึงสังเกตเห็นได้ยาก ต้องสัมผัสถึงจะรู้สึกว่าผิวไม่เรียบเนียนเป็นตุ่มนูนเล็กๆ หายปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาสามารถกลายเป็นสิวอักเสบได้
    • สิวหัวดำ เป็นสิวอุดตันแบบหัวเปิดสามารถเห็นหัวสิวจึงสังเกตได้ง่าย โดยมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กๆ มีหัวสิวเป็นจุดดำๆ อยู่ตรงกลาง
  • สิวที่แก้มแบบอักเสบ

    เป็นสิวที่มีอาการบวมแดงรอบๆ สิว รู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส แต่จะมากน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของสิว โดยสิวอักเสบมีได้ดังนี้

สิวที่แก้มแบบอักเสบ
  • แบบไม่มีหัว

เป็นสิวอักเสบแบบไม่มีหัวสิวขึ้นมาให้เห็น หัวสิวอยู่ใต้ชั้นผิวแต่สามารถสังเกตได้ง่ายเพราะมีอาการแดงรอบๆ สิว ซึ่งสิวไม่มีหัวแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ

    • สิวไต เป็นสิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนขนาดปานกลาง อาจมีอาการบวมแดงรอบๆ สิว และรู้สึกเจ็บในช่วงแรกและจะหายไป เมื่อสัมผัสจะรู้สึกว่าเป็นก้อนแข็งอยู่ใต้ผิวหนัง
    • สิวหัวช้าง เป็นสิวที่มีลักษณะตุ่มนูนขนาดใหญ่ มีอาการบวมแดงรอบๆ สิวอย่างชัดเจน เมื่อสัมผัสที่สิวจะรู้สึกเจ็บมาก และมีก้อนแข็งๆ อยู่ใต้ผิวหนัง
  • แบบมีหัวสิว

    เป็นสิวอักเสบแบบมีหัวสิวขึ้นมาบนผิวหนังไม่ได้อยู่ใต้ชั้นผิว จึงสังเกตและมองเห็นได้ง่าย โดยมีดังนี้

    • สิวหนอง เป็นสิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนขนาดเล็กไม่ใหญ่มาก ภายในหัวสิวมีหนองอยู่จึงสามารถเห็นหัวสิวเป็นสีเหลือง หรือสีเขียวได้ เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย
  • สิวที่แก้มแบบสิวเทียม

    เป็นโรคผิวหนังต่างๆ ที่มีลักษณะคล้ายกับสิวจึงทำให้หลายๆ คนสับสน และมักเรียกว่าสิว แต่จริงๆแล้วไม่ใช่สิวซึ่งมีดังนี้

สิวที่แก้มแบบสิวเทียม
    • สิวข้าวสาร เป็นซีสต์ไขมันใต้ผิวหนังที่ไม่อันตรายสามารถพบได้ในช่วงบริเวณโหนกแก้ม มีลักษณะเป็นสีข้าว หรือสีเดียวกับผิวหนัง ขนาดค่อนข้างเล็กบางทีอาจรู้สึกคัน
    • สิวหิน เป็นเนื้องอกในต่อมท่อเหงื่อแต่ไม่อันตราย พบได้ในช่วงบริเวณแก้มช่วงบนอย่างโหนกแก้ม ลักษณะคล้ายกับสิวข้าวสารแต่มีสีขุ่นออกเหลืองกว่า และไม่รู้สึกคัน
    • สิวผด เป็นอาการแพ้ทางผิวหนังมักขึ้นเป็นตุ่มเล็กๆ กระจายตัวในบริเวณใกล้ๆ กัน มีลักษณะคล้ายกับสิวหัวขาวทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

สิวที่แก้มบอกโรคอะไร

สิวที่แก้มบอกอะไร

หากเป็นสิวที่แก้มสามารถบอกได้ว่าอาจจะกำลังเป็นโรค หรือมีปัญหาเกี่ยวกับบระบบภายในร่างกายบางอย่างได้ ซึ่งถ้าเป็นสิวที่แก้มส่วนบนอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจอย่างปอด เป็นไซนัส แพ้ควันบุหรี่ หรือเป็นหวัดเรื้อรัง ส่วนสิวที่แก้มส่วนล่างสามารถบอกได้ว่าอาจมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพในช่องปากอย่างมีอาการปวดฟัน ฟันผุ เหงือกอักเสบได้ค่ะ

วิธีรักษาสิวที่แก้ม

ปัญหาสิวที่แก้มจะหมดหากรู้วิธีรักษาสิวที่แก้มอย่างถูกวิธี ซึ่งควรเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับแต่ละชนิดสิวเพื่อให้สิวที่แก้มหายไป ซึ่งมีวิธีรักษาสิวที่แก้มดังนี้

วิธีรักษาสิวที่แก้ม
  • กดสิวที่แก้ม

    เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาสิวอุดตันอย่างสิวหัวขาว สิวหัวดำที่แก้ม โดยจะใช้เครื่องมือกดสิวเปิดรูขุมขนออกเพื่อให้หัวสิวออกมา ถึงแม้จะเป็นวิธีที่ดูง่ายแต่ถ้าเชี่ยวชาญไม่เพียงพออาจทำให้เกิดรอยสิวตามมาได้

  • เลเซอร์สิวที่แก้ม

    คล้ายกับวิธีกดสิวเหมาะสำหรับคนที่มีสิวหัวขาว สิวข้าวสาร สิวหิน หรือสิวอักเสบแบบไม่มีหัว เพราะเครื่องเลเซอร์สามารถยิงเพื่อเปิดหัวสิวได้ดีกว่าการกดสิว สามารถนำสิวที่กดออกยากออกมาได้ง่ายกว่า และไม่มีปัญหาเรื่องรอยสิวตามมา

  • ฉีดสิวที่แก้ม

    วิธีนี้จะใช้สารสเตียรอยด์ฉีดเข้าไปที่สิวเพื่อให้สิวยุบตัวลง โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 วันจากนั้นสิวจะค่อยๆ หายไปเอง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวที่แก้มอย่างสิวไต สิวหัวช้างที่เป็นก้อนแข็งใต้ชั้นผิว

  • ฉายแสงลดสิวที่แก้ม

    การฉายแสงลดสิวสามารถช่วยลดการอักเสบของผิวได้ดี จึงเหมาะกับผู้ที่มีสิวอักเสบทุกชนิด นอกจากจะลดการอักเสบได้แล้วยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ลดความมันบนใบหน้า และลดการทำงานของต่อมไขมันได้

  • ไฟฟ้าจี้สิวที่แก้ม

    เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวข้าวสาร สิวหินที่แก้ม โดยจะใช้คลื่นพลังงานไฟฟ้าจี้เข้าไปที่สิวให้หัวสิวเปิด จากนั้นทำการกดสิวข้าวสาร สิวหินออกมาให้หมด วิธีนี้ควรทำกับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นเพราะอาจผิวไหม้ได้

  • แผ่นแปะสิวที่แก้ม

    แผ่นแปะสิวเหมาะสำหรับรักษาสิวหนองเพราะมีส่วนผสมของไฮโดรคอลลอยด์ (Hydrocolloid) ที่ช่วยดูดหนองออกมาทำให้สิวแห้งไว้ขึ้น และยังป้องกันไม่ให้สิวหนองอักเสบมากขึ้นด้วยค่ะ

  • ยารักษาสิวที่แก้ม

    มีอยู่ 2 รูปแบบคือ แบบรับประทาน และแบบทาสามารถเลือกใช้ตามความต้องการ หรือจะใช้ควบคู่กันก็ได้ โดยยารักษาสิวที่แก้มแบบทานั้นควรที่จะมีส่วนผสมของ Retinol, Glycolic acid, Salicylic acid, Benzoyl peroxide, Clindamycin ที่ช่วยฆ่าเชื้อสิว ละลายหัวสิว ลดการเกิดสิวได้ดี ส่วนยาแบบรับประทานมีทั้งยาฆ่าเชื้อ วิตามินลดสิวอย่างวิตามินอี วิตามินเอ หรือ Zinc และยาคุมที่ช่วยทั้งปรับฮอร์โมนให้คงที่ ลดสิวฮอร์โมนดี

ทำไมเป็นสิวที่แก้มไม่หาย

การที่เป็นสิวที่แก้มอยู่บ่อยๆ แม้จะรักษาไปแล้วแต่สิวที่แก้มก็กลับมาขึ้นอีก อาจจะเกิดจากฮอร์โมนในร่างกายไม่คงที่ทำให้เกิดเป็นสิวฮอร์โมนขึ้นได้บริเวณแก้ม หรือของที่ใช้ไม่สะอาดจึงทำให้สิ่งสกปรกติดอยู่ที่แก้มบ่อยๆ ถึงแม้จะรักษาสิวไปแล้วก็กลับมาขึ้นมาใหม่ได้จึงควรดูแลของใช้ให้สะอาดค่ะ แต่ถ้ามีความกังวลใจมากแนะนำให้เข้ามาปรึกษาหมอเพื่อหาสาเหตุของสิวที่แก้ม และทำการรักษาอย่างตรงจุดค่ะ

วิธีป้องกันสิวที่แก้ม

วิธีป้องกันสิวที่แก้มดูแลไม่ให้สิวเกิดขึ้นมีด้วยกันอยู่หลายวิธี โดยมีด้วยกันทั้งหมดดังนี้

วิธีป้องกันสิวที่แก้ม
  • ล้างหน้าให้สะอาด

    การดูแลผิวหน้าล้างหน้าให้สะอาดเป็นขั้นตอนแรกๆ ที่สามารถป้องกันสิวได้เพียงล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หากล้างหน้าไม่สะอาดจะเกิดการสะสมของสิ่งสกปรก ความมันต่างๆ บนใบหน้า ทำให้รูขุมขนอุดตันและเกิดสิวได้ง่าย

  • เมโสหน้าใส

    เป็นวิธีป้องกันสิวโดยตรงเพราะจะฉีดเมโสหน้าใสเข้าไปที่ผิว ซึ่งในเมโสหน้าใสประกอบไปด้วยวิตามินต่าง สารสกัดต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น ป้องกันการเกิดสิวได้ดี

  • ยาคุม

    นอกจากยาคุมลดสิวได้แล้วยังสามารถป้องกันสิวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ด้วย หากมีปัญหาฮอร์โมนไม่คงที่จนทำให้เกิดสิวอยู่บ่อยๆ ยาคุมจะช่วยปรับให้ฮอร์โมนกลับมาปกติและลดการเกิดสิวได้ดี แต่ควรปรึกษาหมอก่อนรับประทานนะคะ

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์

    ผลิตภัณฑ์บางชนิดมีส่วนผสมที่ทำให้เกิดสิว รูขุมขนอุดตันได้ง่ายเช่น พาราเบน สารกันเสีย ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารพวกนี้เพื่อป้องกันการเกิดสิวค่ะ

  • ทำความสะอาดของใช้

    หากของที่ใช้ในชีวิตประจำวันไม่สะอาด สกปรกก็จะก่อให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้น จึงควรดูแลของใช้ให้สะอาดอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ ผ้าเช็ดหน้า หรือปลอกหมอน

สรุป

สิวที่แก้มสามารถรักษาให้หายได้หากรู้ว่าเป็นสิวประเภทไหนอยู่เพื่อที่จะได้เลือกใช้วิธีการรักษาสิวได้อย่างเหมาะสม และควรดูแลผิวหน้าอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันการเกิดสิวที่แก้มในอนาคต ไม่ให้สิวที่แก้มกลับมาอีกค่ะ

ทีมแพทย์พัชชาคลินิก

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของเว็บไซต์ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายคุกกี้ของเรา อ่านเพิ่มเติม

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า