ริ้วรอยใต้ตาเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ง่ายหากไม่ดูแลบริเวณใต้ตาให้ดีเนื่องจากเป็นบริเวณที่มีผิวบาง หากเกิดริ้วรอยขึ้นมาแล้วต้องมาหาวิธีแก้ไข ในบทความนี้จะรวบรวม 10 วิธีลดริ้วรอยใต้ตา ให้ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยใต้ตาได้เลือกใช้กันค่ะ
สารบัญ
สาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตา
มีทั้งสาเหตุที่เกิดขึ้นเองและเกิดจากชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลค่ะ จะมีสาเหตุไหนบ้างอ่านได้ที่ด้านล่างเลยค่ะ
-
อายุที่มากขึ้น
เป็นหนึ่งในสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตา เพราะเมื่ออายุเยอะมากขึ้น ไขมันบริเวณใต้ตาจะน้อยลงผิวจะหย่อนคล้อยผิวไม่แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน ทำให้ใต้ตายืดหยุ่นน้อยลง บางลงทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย
-
การขยับของใบหน้า
การแสดงสีหน้าต่างๆ เช่น ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตา จะค่อยๆ มีรอยพับ รอยย่นบริเวณใต้ตาสะสมไปเรื่อยๆ และเรื่องการแสดงสีหน้าเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้การเกิดริ้วรอยเพราะสาเหตุนี้จึงเป็นเรื่องปกติค่ะ
-
แสงแดด
มีทั้งประโยชน์ที่ช่วยผลิตวิตามินดีในร่างกาย และข้อเสียคือมีรังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสียูวี (UV) ที่จะทำลายคอลลาเจนที่อยู่ในผิวหนังให้เสื่อมสภาพผิวจะขาดความยืดหยุ่นเกิดเป็นรอยพับ รอยย่น ริ้วรอยใต้ตา
-
สูบบุหรี่
ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดมะเร็งปอดและโรคหัวใจแล้วยังทำให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชั่นเป็นอย่างมากจะส่งผลต่อดีเอ็นเอ โปรตีน ไขมันในร่างกาย ซึ่งจะทำให้ร่างกายต่อสู้กับอนุมูลอิสระได้น้อยลงอีกทั้งยังส่งผลต่อคอลลาเจนและอีลาสตินให้เสื่อมสภาพไวขึ้นกว่าปกติทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตา
-
นิสัยการนอน
การนอนก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตาเหมือนกัน เพราะตอนนอนเราจะไม่รู้ตัวว่าเรานอนท่าไหนอยู่ บางทีอาจจะเป็นท่าที่ทำให้ใบหน้ายับยู่ยี่ทำให้เกิดริ้วรอยได้หลายๆ จุด
ประเภทริ้วรอยใต้ตา
ประเภทของริ้วรอยใต้ตามีอยู่หลักๆ 3 ประเภทค่ะ
-
Dynamic Wrinkle
เป็นประเภทริ้วรอยชั่วคราวที่เกิดจากการขยับใบหน้าแสดงสีหน้า จะเห็นริ้วรอยก็ต่อเมื่อแสดงสีหน้ามักจะเกิดในบริเวณที่ใช้แสดงสีหน้าบ่อยๆ เช่น ตา ระหว่างคิ้ว หน้าผาก ริ้วรอยนี้อาจจะพัฒนาไปเป็นริ้วรอยถาวรเมื่ออายุมากขึ้น
-
Static Wrinkle
เป็นประเภทริ้วรอยถาวรมีผลต่อมาจาก Dynamic Wrinkle ที่เกิดขึ้นเมื่อแสดงสีหนา และจากการที่ผิวหน้ากระทบกับแสงยูวีหรือการสูบหรี่ สามารถเห็นริ้วรอยบนใบหน้าได้ชัดแม้จะไม่ได้แสดงสีหน้าหรือขยับใบหน้าอยู่
-
Wrinkle Fold
เป็นประเภทริ้วรอยที่เกิดจากอายุที่มากขึ้น ผิวหนังเสื่อมสภาพจะเริ่มหย่อนคล้อย ชั้นไขมันลดลงทำให้เกิดเป็นริ้วรอยร่องลึก
สกินแคร์ลดรอยใต้ตา
สกินแคร์ที่ใช้อยู่ทุกวันก็สามารถช่วยเรื่องริ้วรอยใต้ตาได้ถ้าใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ กรดไฮยาลูรอนิก ที่เป็นสารตัวเดียวกับฟิลเลอร์แต่นำมาใช้ทาบริเวณใต้ตาแทน กรดไฮยาลูรอนิกจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นรักษาความชุ่มชื้นใต้ตา ทำให้ใต้ตาดูสดใส
นอกจากนี้ยังมีเรตินอล วิตามินซี ที่สามารถช่วยได้เหมือนกัน เรตินอลเป็นอนุพันธ์วิตามินเอจะช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น ส่วนวิตามินซีก็มีส่วนช่วยในการป้องกันริ้วรอย สกินแคร์สามารถช่วยเรื่องริ้วรอยใต้ตาตื้นๆ เล็กน้อยได้แต่ต้องใช้อย่างเป็นประจำต่อเนื่องกันไม่เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยใต้ตาลึกและยังสามารถป้องกันริ้วรอยใต้ตาใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นได้
ผลัดเซลล์ผิวใต้ตา
ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ เช่น Glycolic Acid จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วบริเวณใต้ตาออกไปแล้วทำให้ผิวบริเวณนั้นสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ทำให้ใต้ตาดูสว่างขึ้น หรือจะเป็นการสครับบริเวณใต้ตาก็ช่วยได้เหมือนกันแต่ควรเลือกใช้แบบอ่อนโยนเนื่องจากผิวบริเวณใต้ตาเป็นจุดที่ค่อนข้างบาง หลังจากผลัดเซลล์ผิวแล้วควรใช้ครีมบำรุงที่ทำให้ใต้ตาชุ่มชื้นเพราะวิธีนี้อาจจะทำให้ผิวแห้งหลังทำ เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยใต้ตาเล็กน้อยใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลเนื่องจากต้องทำอย่างเป็นประจำต่อเนื่อง
เลเซอร์ลดริ้วรอยใต้ตา
การลดริ้วรอยใต้ตาด้วยวิธีเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยลดริ้วรอยได้ จะช่วยให้ริ้วรอยใต้ตา รอยย่นค่อยๆ จางลง เห็นผลไว ใช้ได้ดีกับริ้วรอยใต้ตาที่จะเห็นเมื่อขยับใบหน้าไม่เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยใต้ตาลึกเหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยใต้ตาเล็กน้อย และไม่ลึกมากต้องทำหลายครั้งและทำอย่างเป็นประจำถึงจะเห็นผลชัดเจน
ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยใต้ตา
โบท็อกซ์ริ้วรอยใต้ตาเป็นหนึ่งในวิธีที่คนใช้กันมากค่ะ เมื่อฉีดโบท็อกแล้วจะช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณใต้ตาทำให้ริ้วรอยหายไป เหมาะกับริ้วรอยที่เห็นเมื่อขยับใบหน้าแสดงอารมณ์ ริ้วรอยเล็กๆ ใต้ตา หรือรอยตีนกา เริ่มเห็นผลเมื่อหลังฉีด 3 วันขึ้นไปและเห็นผลเต็มที่คือ 2 สัปดาห์หลังทำ อยู่ได้นาน 4 – 6 เดือน
ฉีดฟิลเลอร์ลดริ้วรอยใต้ตา
กระชับใต้ตาด้วยคลื่นวิทยุ
ลดริ้วรอยใต้ตาด้วยคลื่นวิทยุเป็นวิธีที่ควรใช้ร่วมกับวิธีรักษาอื่นๆ จะเห็นผลได้ดียิ่งขึ้น เช่น ควบคู่กับการทำเลเซอร์ โบท็อกซ์ วิธีลดริ้วรอยใต้ตาด้วยคลื่นวิทยุจะเป็นการใช้เทคโนโลยี Thermage ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกกระชับผิว โดยจะส่งพลังงานความร้อนหรือคลื่นวิทยุความถี่สูงลงไปสู่ชั้นไขมันของผิวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงจะช่วยเรื่องการหย่อนคล้อยทำให้ผิวกระชับ สำหรับการทำรอบดวงตาจะแก้ปัญหาริ้วรอยใต้ตา รอยย่นใต้ตาได้ดี แต่ไม่ช่วยเรื่องตาลึกและใต้ตาคล้ำ
ใช้คลื่นเสียงลดริ้วรอยใต้ตา
วิธีใช้คลื่นเสียงลดริ้วรอยใต้ตามีด้วยกันอยู่ 2 เทคโนโลยีที่นิยมใช้กันค่ะ คือ Hifu และ Ulthera วิธีนี้จะช่วยให้ริ้วรอยใต้ตาดูกระชับ ลดถุงใต้ตา และช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนอย่างปลอดภัย ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความถี่สูงแบบเฉพาะยิงลงใต้ผิวหนังในการกระชับใต้ตา เห็นผลเต็มที่ 2 เดือนขึ้นไป Ulthera รอบดวงตาสามารถอยู่นานได้ถึง 1 ปี และ Hifu สามารถอยู่นานได้ถึง 6 เดือน เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยใต้ตาไม่เยอะ
ลดรอยใต้ตาด้วย PRP
วิธีการลดริ้วรอยใต้ตาด้วยการทำ PRP เป็นการนำเกล็ดเลือดของตัวเองมาใช้แก้ปัญหาได้ทั้งริ้วรอยใต้ตา และปัญหาใต้ตาคล้ำ โดยจะนำเลือดมาปั่นให้ได้พลาสม่าที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น แล้วนำมาฉีดบริเวณที่มีปัญหาริ้วรอยใต้ตาทำให้บริเวณที่ฉีดดูเต็มขึ้น ใต้ตาสดใส กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เป็นวิธีที่ปลอดภัยเพราะเป็นเกล็ดเลือดจากเลือดของตัวเอง และมีผลข้างเคียงอย่างการอักเสบน้อย แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโลหิตจาง การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรทำเดือนละ 3 ครั้งขึ้นไปจึงจะเห็นผลว่าริ้วรอยใต้ตาดูตื้นขึ้น
ศัลยกรรมลดริ้วรอยใต้ตา
เป็นวิธีแก้ปัญหาริ้วรอยใต้ตาที่ได้รับความนิยมและอยู่ได้นานกว่าวิธีอื่น จะผ่าเอาผิวส่วนที่หย่อนคล้อยออกแล้วเย็บใหม่ ทำให้บริเวณใต้ตาดูกระชับ ลดริ้วรอยใต้ตาได้อย่างชัดเจน แต่ต้องพักฟื้นดูแลรักษานานเพราะเป็นการผ่าตัดศัลยกรรม และต้องทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาหย่อนคล้อยมากจนทำให้ริ้วรอยใต้ตาเยอะ
ฉีดไขมันเติมใต้ตา
จะใช้ไขมันของผู้ที่มีปัญหามาฉีดบริเวณใต้ตา ปกติแล้วจะใช้ไขมันจากบริเวณท้องและต้นขาที่มีไขมันส่วนเกินเยอะโดยใช้เครื่องดูดไขมันดูดออกมาแล้วนำไปปั่นสกัดสเต็มเซลล์มาใช้ ผสมกับเนื้อเยื่อไขมันแล้วจึงนำไปฉีดเป็นการแก้ปัญหาใต้ตาโดยเฉพาะคนที่เบ้าตาลึก ใต้ตาดำ หรือริ้วรอยใต้ตา สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี แต่ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลและในครั้งแรกอาจจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะร่างกายอาจจะดึงไขมันไปใช้
สรุป
วิธีลดริ้วรอยใต้ตามีด้วยกันอยู่หลายวิธีแต่วิธีที่ดีที่สุดและรักษาได้หลากหลายประเภทคือการฟิลเลอร์ ส่วนวิธีโบท็อกซ์ใช้ได้ดีเหมือนกันแต่เหมาะกับริ้วรอยใต้ตาเล็กๆ แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าต้องการวิธีแบบไหน
ทุกวิธีควรใช้สกินแคร์ควบคู่อย่างเป็นประจำเพื่อป้องกันริ้วรอยใต้ตาใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นมา และควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเพราะแดดเป็นสาเหตุที่ทำลายคอลลาเจนในชั้นผิวทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตาขึ้นมา