ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม ผลข้างเคียงที่อาจพบได้

ฟิลเลอร์อันตรายไหม

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม หมอจะบอกว่าไม่อันตรายค่ะ ถ้าเลือกใช้ฟิลเลอร์ชนิดที่ปลอดภัยผ่านอย. ฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และในสถานที่ที่ได้มาตรฐาน มีระบบการรักษาความสะอาดที่ดี เราก็จะไม่พบเจอประสบการณ์ที่ไม่ดีและอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

สารบัญ

ฟิลเลอร์อันตรายไหม ก่อนฉีดต้องรู้อะไรบ้าง ?

ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ บนใบหน้าได้หลากหลาย หากเลือกไม่ดีอาจเกิดอันตรายได้ สำหรับในประเทศไทยฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐานอย.ไทย มีเพียงชนิดเดียว คือ สารไฮยารูรอน (Hyaluronic acid) มีความปลอดภัยสูง สามารถสลายได้เอง

ปัจจุบันมีข่าวการใช้ฟิลเลอร์ปลอม รวมถึงหมอปลอมฉีดฟิลเลอร์ให้กับคนไข้แล้วเกิดตาบอด ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ควรเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านอย. สามารถตรวจสอบได้ ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเลือกฉีดกับสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

อาการผิดปกติที่เป็นอันตรายหลังฉีดฟิลเลอร์

หากฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ แพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือ ฉีดกับบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ อาจเกิดอาการผิดปกติที่เป็นอันตรายได้ ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ผู้ทำการฉีดทันที

1. ตาบอด ตาพร่ามัว (Blindness or Visual loss)

สาเหตุของการเกิดตาบอดคือ ฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดบริเวณที่ไปเลี้ยงลูกตา ทำให้ตาขาดเลือดและตาบอดตามมา ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบน้อยมาก

         หากพลาดฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดบริเวณดังกล่าว แล้วเริ่มมีอาการตาพร่ามัว แล้วสามารถทำการฉีดสลายและแก้ไขได้ทัน “ภายในระยะเวลา 90 นาที” การมองเห็นจะสามารถกลับมาได้ปกติไม่เกิดตาบอด แต่หากปล่อยไว้นานกว่านั้นมีโอกาสตาบอดได้ค่ะ

2. เนื้อตาย ผิวหนังขาดเลือด (Skin necrosis)

เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงผิวหนังบริเวณนั้นๆ โดยอาการที่พบได้และการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังก่อนเกิดเนื้อตายมีดังนี้

  • ปวดบริเวณที่ฉีดมากกว่าปกติ
  • สีผิวหนังซีดลง
  • ผิวหนังลาย ลักษณะเป็นร่างแหของเส้นเลือด
  • ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเทา
  • Capillary refill time ผิดปกติ เมื่อกดผิวหนังบริเวณนั้น 5วินาที แล้วปล่อย เลือดวิ่งกลับมาช้าเกินกว่า 2 วินาที (ปกติจะใช้เวลาเพียง 1-2 วินาที)
  • อุณหภูมิของผิวหนังผิดปกติ
  • มีตุ่มหนองเล็ก หลายตุ่ม (เกิดหลังฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด 2-3วัน)
  • ผิวหนังดำคล้ำเกิดเนื้อตาย มีสะเก็ด และเป็นแผล

3. อัมพาต (Cerebral infarction)

เกิดจากเนื้อเจลฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด และผ่านเข้าไปอุดเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ แขนขาอ่อนแรงได้ แต่อุบัติการพบน้อยมาก

4. ติดเชื้อ (Infection)

มักเกิดจากเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ปราศจากเชื้อ หรือ ใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรค หรือ มีผิวหนังติดเชื้ออยู่เดิม ในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เช่น สิวอักเสบเป็นต้น

         ลักษณะอาการที่พบ: ปวด บวม ผิวมีสีแดง อุณหภูมิของผิวร้อนขึ้น หรือ มีตุ่มหนอง ในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ไป มักเริ่มจากเป็นเฉพาะจุด หรือด้านใดด้านหนึ่ง หากพบอาการดังกล่าวแนะนำให้พบแพทย์โดยทันทีไม่ควรปล่อยไว้ เพราะการติดเชื้อจะยิ่งลาม

5. แพ้ฟิลเลอร์ (Allergy)

พบอาการบวม สีผิวแดง หรืออาจมีผื่นขึ้น บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ไป ไม่ค่อยมีอาการปวดหรือเจ็บร่วมด้วย มักพบอาการเหล่านี้เกือบทุกบริเวณ หรือ ทุกบริเวณที่มีสารฟิลเลอร์อยู่

         อาการแพ้ฟิลเลอร์พบได้น้อยมากในฟิลเลอร์ที่เป็นสาร Hyaluronic acid หรือฟิลเลอร์ อย. ส่วนมากจะพบในฟิลเลอร์ชนิดอื่นมากกว่า และไม่จำเป็นต้องพบทันทีหลังฉีด อาจพบหลังจากนั้นไปแล้วเป็นเดือนก็ได้

6. อาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง จากเส้นประสาทบาดเจ็บ (Nerve injury)

เป็นอาการที่เกิดจากการบาดเจ็บของเส้นประสาท มักมีสาเหตุมาจากขั้นตอนการ block ยาชา หรือ ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ แล้วเข็มไปกระแทรกหรือโดนเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทอักเสบได้

         หมอแนะนำว่าหากหลังจากฉีดฟิลเลอร์ผ่านไปแล้ว 6 ชั่วโมง อาการชายังไม่หายไป แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์ผู้ทำการฉีดเพราะอาจเป็นอาการของเส้นประสาทบาดเจ็บได้ เนื่องจากในช่วงเวลานี้ยาชามักจะหมดฤทธิ์แล้ว

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณไหนอันตราย

ถึงแม้ฟิลเลอร์จะเป็นสารที่ไม่อันตราย ปลอดภัยต่อการฉีดแต่บางบริเวณก็เสี่ยงต่อการฉีดฟิลเลอร์เหมือนกันเนื่องจากเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดอยู่เยอะเชื่อมต่อไปยังจุดต่างๆ อย่างลูกตา หากฉีดฟิลเลอร์ไปโดนเส้นเลือดอาจทำให้ตาบอดได้ โดยบริเวณที่อันตรายเสี่ยงต่อการตาบอดหากฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดได้แก่ 4 บริเวณดังนี้

  1. ฟิลเลอร์แก้ไขร่องระหว่างคิ้ว เส้นเลือดในบริเวณนี้จะอยู่ตรงพอดีกับร่องระหว่างคิ้ว ถ้าแพทย์มีความเชี่ยวชาญไม่เพียงพอ อาจพลาดฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดได้ และทำให้เส้นเลือดอุดตันเกิดอาการบวมแดง เป็นก้อน เนื้อบริเวณระหว่างคิ้วตาย หรือแย่ที่สุดคือทำให้ตาบอดได้
  2. ฟิลเลอร์จมูก เป็นบริเวณยอดฮิตสำหรับคนที่อยากจมูกมีสัน ปรับทรงจมูกเล็กน้อย แต่บางคนอาจจะไม่รู้บริเวณนี้ก็เป็นบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วอันตรายค่ะ เพราะจมูกเป็นจุดรวมของเส้นเลือดซึ่งมีหลายเส้นที่ส่งถึงตาโดยตรง
    หากฉีดผิดตำแหน่งพลาดไปแค่นิดเดียวอาจทำให้ตาบอดได้เลยค่ะ ดังนั้นถ้าใครอยากมีจมูกสวยๆ ไม่กล้าศัลยกรรมหมอแนะนำให้เลือกคลินิกที่แพทย์มีความเชี่ยวชาญ หรือรวบรวมความกล้าไปทำศัลยกรรมจมูกเลยดีกว่าค่ะ
  3. ฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความเสี่ยงพอๆ กลับจมูกเลยค่ะ เพราะในบริเวณหน้าผากก็มีเส้นเลือดอยู่เยอะ และเส้นเลือดก็ส่งตรงถึงประสาทตาเหมือนกัน และยังเสี่ยงหน้าผากเป็นก้อน เป็นคลื่นไม่สวยถ้าฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือเลือกใช้เนื้อฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมค่ะ
  4. ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เส้นเลือดในบริเวณร่องแก้มจะอยู่จุดเดียวกับร่องแก้มเลยค่ะ จึงมีโอกาสที่จะพลาดได้สูงทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างการติดเชื้อจากฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันในเส้นเลือด จึงควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อลดการเกิดผลข้างเคียง และร่องแก้มสวยธรรมชาติไม่เป็นก้อนค่ะ

อาการข้างเคียงปกติที่พบหลังฉีดฟิลเลอร์

อาการที่พบได้ตามปกติจากการฉีดฟิลเลอร์ และไม่เป็นอันตราย ได้แก่

  • รอยเขียวช้ำ รอยเข็มบริเวณที่ฉีดสามารถหายได้เองประมาณ 1สัปดาห์
  • อาการปวด ระบมหลังการฉีดฟิลเลอร์คนไข้จะรู้สึกตึงๆ ปวดระบมบริเวณที่ฉีดแต่ไม่มาก ในช่วง 3-7 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ โดยอาการดังกล่าวต้องดีขึ้นเรื่อยๆในทุกวัน
  • อาการบวมบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์จะบวมตามแนวที่มีฟิลเลอร์อยู่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ สุดท้ายจะเซ็ตตัว กลืนไปกับผิว เรียบเป็นปกติ สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบวมได้ที่ ฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วัน

ควรสังเกตตัวเองอย่างไรหลังฉีดฟิลเลอร์

อาการผิดปกติหลังฉีดฟิลเลอร์

บางครั้งอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ หรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการฉีดฟิลเลอร์ จะไม่ปรากฏให้เราเห็นเลยทันทีหลังฉีดเสร็จ ดังนั้นกลับบ้านไปคนไข้ควรสังเกตอาการตัวเองเบื้องต้น

ถ้ามีอาการผิดปกติตามนี้ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจเป็นอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ได้

  • ผิวหนังบริเวณที่ฉีด ซีดลง หรือแดงขึ้น
  • ผิวหนังบริเวณที่ฉีดมีตุ่มหนอง มีแผล มีเนื้อตาย
  • อาการปวดเป็นมากขึ้น ไม่ดีขึ้นหรือทุเลาลง
  • ตามองเห็นไม่ชัด หรือการมองเห็นผิดปกติไป
  • หลังยาชาหมดฤทธิ์ยังไม่สามารถแสดงสีหน้าได้ตามปกติ
  • มีอาการปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน แขนขาอ่อนแรง

การเตรียมตัวเพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง

หลายท่านอาจจะกังวลอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ หากเราเตรียมตัวมาดีก็สามารถลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงดังกล่าวได้ค่ะ โดยวิธีการลดอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ได้หมอขอแนะนำตามนี้ค่ะ

  1. หากมีอาการผื่นแพ้ ผิวหนังติดเชื้อ ในบริเวณที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ ควรเลี่ยงไปก่อนจนกว่าอาการดังกล่าวหายถึงฉีดฟิลเลอร์ได้
  2. งดวิตามิน อาหารเสริม ก่อนฉีดฟิลเลอร์ ประมาณ 1สัปดาห์
  3. เตรียมประวัติการแพ้ยา โรคประจำให้แพทย์ผู้ทำการฉีดฟิลเลอร์ทราบ
  4. หากเคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อนหน้านี้แล้วเกิดปัญหาใดๆขึ้น ควรเล่าประวัติให้แพทย์ผู้ทำการฉีดฟิลเลอร์ทราบก่อน
  5. ศึกษาคลินิกที่เลือกฉีดฟิลเลอร์ต้องใช้ฟิลเลอร์แท้ สามารถตรวจเช็คได้ แกะกล่องให้ดูต่อหน้า ให้กล่องฟิลเลอร์กลับบ้าน
  6. เลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์ และทราบสรีระทางกายวิภาคของใบหน้าเป็นอย่างดี

ฉีดฟิลเลอร์ปลอมอันตรายอย่างไร ?

ฟิลเลอร์ปลอม หมอถือว่าเป็นฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ทราบส่วนผสมที่ชัดเจนว่าเป็นอะไร ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยค่ะว่า ฟิลเลอร์อันตรายไหม หมอบอกเลยว่าถ้าใช้ฟิลเลอร์ปลอมอันตรายแน่นอน และอันตรายที่จะเกิดขึ้นหมอยกตัวอย่างดังนี้ค่ะ

ฟิลเลอร์ปลอม
  • การอักเสบติดเชื้อ (Infection)

เกิดจากการปนเปื้อนของฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ ผู้ทำการฉีดที่มีเทคนิคไม่ดีและคลินิกไม่สะอาด พบอันตรายจากฟิลเลอร์แบบนี้ได้บ่อยในคลินิกเถื่อน หรือหมอกระเป๋า

  • อาการแพ้บวมแดง (Hypersensitivity)

มักเกิดในฟิลเลอร์ชนิดที่เป็น Biosynthetic polymers เช่น ซิลิโคนเหลว Calcium hydroxyapatite ฟิลเลอร์กลุ่มนี้เป็นฟิลเลอร์ที่สลายได้ไม่หมด ไม่ผ่านอย. ไม่แนะนำค่ะ

  • เป็นก้อนแข็งไม่สลาย ไหล ผิวหนังผิดรูป (Migration)

เกิดจากการใช้ฟิลเลอร์กลุ่มที่สลายไม่หมด ฟิลเลอร์อันตรายไม่ผ่านอย. ทำให้เกิดการไหลของเนื้อฟิลเลอร์ จนฟิลเลอร์เป็นก้อน ทำให้ใบหน้าผิดรูปได้เมื่อเวลาผ่านไป

  • เนื้อตาย ผิวหนังขาดเลือด (Skin necrosis)

เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือด ถ้าเป็นฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic acid สามารถใช้ Hyalase ฉีดสลายได้ แต่ถ้าเป็นชนิดอื่นไม่สามารถสลายได้ จะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดการขาดเลือด และเกิดเนื้อตายในที่สุด

  • ตาบอด (Blindness)

เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา ทำให้ลูกตาขาดเลือดไปเลี้ยง และตาบอดในที่สุด มักเกิดในคนไข้ที่ไปฉีดกับหมอกระเป๋า หรือบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ เพราะจะไม่ทราบวิธีการแก้ไขให้ทันในเวลาที่กำหนด

  • เส้นเลือดในสมองอุดตัน (Cerebral infraction)

เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือดที่ไปสมอง มักเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์บริเวณขมับโดยหมอกระเป๋า หรือบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์แท้ไฮยารูลอน

ฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถสลายได้เองตามระยะเวลาการคงสภาพของแต่ละรุ่น ไม่ตกค้างในร่างกาย เป็นฟิลเลอร์ที่ไม่อันตราย มีความปลอดภัย ที่สำคัญเป็นฟิลเลอร์ชนิดเดียวที่มียาฉีดสลาย (Hyalase)

หมายความว่าถ้าคนไข้ไม่ชอบผลลัพธ์หลังฉีด หรือแพทย์ฉีดผิดตำแหน่ง สามารถใช้ยาฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใดค่ะ

ฟิลเลอร์ Hyaluronic acid เป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับรองมาตรฐานจากอย.ไทย ดังนั้นถ้าฉีดฟิลเลอร์แท้คนไข้ก็จะไม่เกิดคำถามที่ว่า ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม? เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อดี-ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ได้ที่ ฉีดฟิลเลอร์ดีไหม 

วิธีสังเกตฟิลเลอร์แท้ผ่าน อย.

จะเลือกไปฉีดฟิลเลอร์ในสถานที่นึง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าฟิลเลอร์ที่ใช้อันตรายไหม? โดยหมอแนะนำว่าต้องเลือกฟิลเลอร์ที่ผ่านอย. ซึ่งเป็นชนิด Hyaluronic acid ซึ่งการสังเกตมีคำแนะนำให้ดังนี้ค่ะ

  • วิธีการเช็กว่าเป็นของแท้ ทางบริษัทฟิลเลอร์จะมีระบบที่คอยดูแลที่แตกต่างกัน เพื่อระบุว่าฟิลเลอร์ที่คนไข้ฉีดไปเป็นของแท้ผ่านอย. ไม่ใช่ฟิลเลอร์หิ้วหรือปลอม โดยส่วนมากจะมี QR code ให้สแกนข้างกล่อง หรือสามารถนำเลขล็อตข้างกล่องโทรไปสอบถามกับทางบริษัทได้โดยตรง
เช็คฟิลเลอร์Juvederm
เช็คฟิลเลอร์Restylane
เช็คฟิลเลอร์Neuramis
  • คลินิกต้องมีมาตรฐาน มีโล่หรือรางวัลการันตรีจากบริษัทฟิลเลอร์ว่ามีการสั่งซื้อจริง และยิ่งคลินิกมียอดการสั่งซื้อสูงยิ่งน่าเชื่อถือ
  • สอบถามก่อนเข้ารับบริการว่า สามารถแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า เช็กกล่อง และนำกล่องกลับบ้านได้ บางที่ไม่ให้กล่องกลับบ้านเพราะอ้างว่าต้องนำส่งคืนให้บริษัท อันนี้ไม่เป็นความจริงนะคะ!

สรุป

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม… ถ้าเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นฟิลเลอร์ปลอม ฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถสลายได้เอง ฉีดกับคลินิกเถื่อน หมอกระเป๋า หรือ บุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ สามารถเกิดอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อไปจนจึงขั้นตาบอดได้เลย

ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ควรเลือกให้ดี ฟิลเลอร์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเราฉีดฟิลเลอร์แท้ได้มาตรฐานอย. ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตถูกต้อง

ทีมแพทย์พัชชาคลินิก

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของเว็บไซต์ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้เราใช้คุกกี้ตาม นโยบายคุกกี้ของเรา อ่านเพิ่มเติม

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า