ร้อยไหมแล้วโหนกแก้มใหญ่

ทำไมร้อยไหมแล้วโหนกแก้มใหญ่ ไม่เรียวสวยอย่างที่อยากได้ บางทีอาจจะยังเป็นอาการบวมช้ำหลังทำ ซึ่งจะค่อยๆยุบลงและเข้าที่ประมาณ 4สัปดาห์ แต่อาจจะเป็นจากสาเหตุอื่น ไม่ว่าจะเป็นกระดูกโหนกแก้ม หรือ ปริมาณไขมันที่เยอะ ในกรณีนี้หมอแนะนำให้ทำการรักษาด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติมเพื่อให้รูปหน้าสมส่วนและเข้ารูปมากยิ่งขึ้น

ร้อยไหมแล้วโหนกแก้มใหญ่เกิดจากอะไร ?

เกิดจากหลากหลายปัจจัยตั้งแต่รูปโครงหน้าของคนไข้เดิม เทคนิคของแพทย์ อาการบวมของเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหลังทำ หมอขออธิบายทีละปัจจัยดังนี้

1.โครงหน้าของคนไข้
  • คนไข้ที่มีโหนกแก้มชัดอยู่เดิมไม่ว่าจะเกิดจาก แนวกระดูกเด่นชัด มีไขมันสะสมเยอะ
  • คนไข้ที่มีปัญหาในบริเวณข้างเคียง เช่น แนวขมับตอบลึก และ มีแนวแก้มตอบ
  • คนไข้ที่มีปัญหาไขมันสะสมช่วงแก้มเยอะและหย่อนคล้อย เมื่อไหมยกกระชับแก้มขึ้นมา ก้อนไขมันช่วงแก้มส่วนล่างจะถูกดึงยกขึ้นมาบริเวณแก้มส้มและโหนกแก้ม ทำให้ดูเด่นขึ้น
2.เทคนิคของแพทย์
  • แนวการวางไหมในขั้นตอนดีไซน์หน้า แพทย์จะต้องประเมินว่าโครงหน้าของคนไข้เป็นอย่างไร และเมื่อดึงไหมยกกระชับไปในแนวนี้ จะทำให้ผิวที่ถูกยกกระชับขึ้นย้ายไปตำแหน่งไหนบ้าง
  • ในขั้นตอนการทำ หากแพทย์ไม่มีความชำนาญจะทำให้เนื้อเยื่อใต้ผิวบอบช้ำและบวมได้มาก
3.อาการบวมของเนื้อเยื่อใต้ผิวหลังทำ
อาการบวมหลังร้อยไหม
  • หลังทำเสร็จทันทีจะมีอาการบวมยาชา โดยจะยุบลงในประมาณ 1วัน
  • หลังจากนั้นจะเป็นอาการบวมจากการร้อยไหม จากการบาดเจ็บใต้ผิวตามแนวไหม เช่น หากใช้ไหมที่เป็นเข็มปลายแหลมจะบวมได้มากกว่าปลายทู่ เป็นต้น โดยอาการบวมไหมจะหายไปที่ประมาณ 2-4สัปดาห์

ทำอย่างไรให้โหนกแก้มไม่ใหญ่ ?

หมอจะเริ่มพิจารณาจากโครงหน้าของคนไข้และปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่ต้องการแก้ไขเป็นสิ่งสำคัญ หมอขอยกตัวอย่างเคสดังนี้ค่ะ

1.คนไข้ที่มีโหนกแก้มใหญ่ ขมับตอบ และเนื้อแก้มหย่อนคล้อย

ในกรณีนี้ไหมจะช่วยยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อยขึ้นมาทำให้ช่วงแก้มส่วนบนดูเต็ม จะทำให้เราเห็นขมับตอบชัดขึ้น หมอแนะนำให้เติมฟิลเลอร์ขมับร่วมด้วยจะทำให้โหนกแก้มดูเด่นลดลง และใบหน้าละมุนมากขึ้น

2.คนไข้ที่มีโหนกแก้มใหญ่ แก้มตอบ และเนื้อแก้มหย่อนคล้อย

ในกรณีนี้ไหมจะยกกระชับช่วงแก้มหย่อนคล้อยขึ้นมาปิดตรงแก้มตอบให้เต็มมากขึ้น โหนกแก้มที่เคยเด่นชัดจากแก้มตอบจะดูเด่นลดลง ได้ใบหน้าที่กระชับได้รูปมากขึ้น และบางท่านอาจรู้สึกว่าใบหน้าดูเต็มเกินไป หมอแนะนำให้ฉีดโบท็อกซ์ลิฟโหนกร่วมด้วย จะทำให้ใบหน้าดูกระชับและเล็กลงไปอีก

3.คนไข้ที่มีไขมันเนื้อแก้มเยอะ และเนื้อแก้มหย่อนคล้อย

ในกรณีนี้หมอแนะนำให้คนไข้สลายไขมันออก เพื่อลดปริมาณไขมันลงก่อน แล้วค่อยทำการร้อยไหมทีหลัง เนื่องจากว่าถ้าไขมันแก้มเยอะไหมจะดึงช่วงไขมันแก้มช่วงล่างไปกองอยู่ช่วงหน้าแก้มและโหนกแก้มได้

4.คนไข้ที่มีแนวกระดูกโหนกแก้มชัด แนวกระดูกกรามชัด คางตัด และ เนื้อแก้มหย่อนคล้อย

ในคนไข้กลุ่มนี้หมอต้องแจ้งว่าการร้อยไหมเราจะยกกระชับผิวขึ้นไปได้ตามแนวกระดูกโครงหน้าเราเอง ดังนั้นหลังร้อยใบหน้าจะดูกระชับขึ้น แต่จะดูกลมช่วงโหนกแก้มหน้าแก้มและสั้นลง หมอแนะนำให้ทำการฉีดฟิลเลอร์คางร่วมด้วย ใบหน้าจะดูเรียวสมส่วนขึ้นค่ะ

คนไข้แบบไหนที่ไม่เหมาะสมกับการร้อยไหม ?

หากคนไข้ท่านไหนที่ไม่อยากให้โหนกใหญ่ หมอแนะนำว่าการร้อยไหมจะยังไม่เหมาะหากมีรูปหน้าดังนี้

ไม่เหมาะกับร้อยไหม
  • กระดูกโหนกแก้มใหญ่ ขมับตอบ
  • ไขมันช่วงแก้ม และ หน้าแก้มเยอะ
  • แก้มตอบ ไม่มีไขมันบนหน้า
  • โครงกระดูกหน้าทรงสี่เหลี่ยม แนวกระดูกกรามเด่น และคางตัด

ถ้าคนไข้ท่านไหนมีโครงหน้าตามข้างต้น หมอแนะนำให้ปรับรูปหน้าด้วยวิธีอื่นก่อน จากนั้นค่อยร้อยไหมยกกระชับทีหลังค่ะ

ร้อยไหมไปแล้วโหนกใหญ่แก้ไขอย่างไร ?

หากเกิดจากอาการบวมไหมจะสามารถยุบและเข้าที่ได้เองที่ประมาณ 2-4สัปดาห์ โดยในช่วง 3วันแรกหลังทำ หมอแนะนำให้ประคบเย็นเยอะๆค่ะ และสามารถทานยาลดบวม น้ำมะพร้าวสด น้ำใบบัวบก ก็สามารถช่วยลดอาการบวมได้เช่นกันค่ะ

หากเป็นอาการบวมจากไขมันเดิมของคนไข้ที่ไหมย้ายตำแหน่งขึ้นมาช่วงแก้มบน กรณีนี้หมอแนะนำให้ทำการสลายไขมันช่วงแก้มบนที่บวมขึ้นมา เมื่อไขมันยุบลงใบหน้าจะดูเล็กลงค่ะ

กรณีที่แพทย์ผู้ทำการร้อยไหมยกกระชับแก้มขึ้นมาเยอะเกินพอดี แล้วรั้งอยู่ช่วงโหนกแก้ม หมอแนะนำให้กลับไปพบแพทย์ที่ทำการรักษาเพื่อทำการกดไหมลง ผิวที่รั้งอยู่จะคลายตัวลงมาได้

กรณีสุดท้ายหากเกิดจากแนวโครงกระดูกหน้าของคนไข้เอง ลักษณะนี้หมอแนะนำให้ปรึกษาและประเมินเป็นเคสๆไป ว่าควรใช้ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าให้ละมุนขึ้นได้อย่างไร

ร้อยไหมแล้วโหนกแก้มใหญ่

สรุป

หลังร้อยไหมแล้วโหนกแก้มดูใหญ่ขึ้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่เราสามารถแก้ไขได้ และจะไม่เป็นแบบนั้นไปตลอดค่ะ ไหมจะค่อยๆเข้าที่และคล้อยลงมา รวมถึงอาการบวมไหมจะยุบลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปใบหน้าจะเริ่มเข้าที่ได้เอง แต่หมอแนะนำให้เลือกร้อยไหมกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เนื่องจากจะต้องประเมินใบหน้าอย่างละเอียดมีผลต่อผลลัพธ์ที่จะได้ และแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถดูแลและติดตามอาการของคนไข้ได้เป็นอย่างดีค่ะ

พญ. พิชญ์ญาพร อธิคุณากร

Dr. Pitchayaporn Athikunakorn, M.D. 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เวชศาสตร์ความงามและการชะลอวัย