ไหมโครงตาข่าย (Tesslift) ดีไหม?

ไหมโครงตาข่าย

การร้อยไหม เป็นเทคนิคที่กำลังนิยมในวงการแพทย์และความงาม ช่วยในการยกกระชับ ฟื้นฟูสภาพผิว และปรับรูปหน้าให้เรียวได้รูปมากขึ้น โดยไม่ต้องใช้วิธีการผ่าตัด อาจจะไม่ได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเท่ากับการผ่าตัดดึงหน้า แต่อาการบวมช้ำถือว่าน้อยกว่ามากหากเทียบกับการผ่าตัดดึงหน้า

ซึ่งหลังร้อยไหมสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้นนาน ในปัจจุบันไหมนั้นจะมีหลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิกว่าจะนำไหมชนิดไหนมาใช้ในการรักษา โดยพิจารณาจากหลากหลายปัจจัย เพื่อให้ผลลัพธ์ของคนไข้ออกมาดูดีและเห็นผลมากที่สุด

สารบัญ

  • พญ. พิชญ์ญาพร ศิริอุดมเศรษฐ (หมอมิลค์) ของทางพัชชาคลินิก ได้รับเชิญให้เป็นหนึ่งใน Tesslift Certified Trainer Team Thailand หรืออาจารย์ผู้สอนการร้อยไหมโครงตาข่าย ได้ให้ความรู้ และแบ่งปันประสบการณ์การร้อยไหมให้กับแพทย์ท่านอื่นๆ
  • พัชชาคลินิกได้รางวัลด้านการร้อยไหมมาอย่างต่อเนื่อง จากหลากหลายสื่อชั้นนำ รวมถึงได้รับโล่การันตีว่า เป็นหนึ่งในคลินิกที่ใช้ไหมโครงตาข่าย (Tesslift) ที่นำเข้าอย่างถูกต้อง มีความปลอดภัย และมียอดการใช้เป็นอับดับต้นๆ ของประเทศ

ไหมโครงตาข่าย (Tesslift) คืออะไร ?

ไหมโครงตาข่าย (TESSLIFT) เป็นไหมที่มีจุดเด่นแตกต่างจากไหมหลายๆประเภท นอกจากเป็นไหมที่ช่วยยกกระชับได้ดีแล้ว ยังสามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนทำให้ผิวฟูขึ้นได้ โดยผ่านการรับรองจาก อย.ไทย, CE Mark และ KFDA (อย.เกาหลี)

ผลลัพธ์คงสภาพอยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี ตัววัสดุที่ทำมีความปลอดภัย แข็งแรง เงี่ยงไหมมีความพิเศษเป็น 2 ชั้น ด้านนอกจะเป็นลักษณะตาข่าย (Mesh) ล้อมรอบตัวไหม แบบ 360 องศา ด้านในเป็นเงี่ยงแบบหล่อมีความแข็งแรงวนรอบตัวเส้นไหม 

เปรียบเทียบเหมือนกับการทำหัตถการ 1  อย่าง แต่ได้ผลลัพธ์ 2 – 3 อย่าง ในครั้งเดียว ค่อนข้างคุ้มค่า และเป็นไหมที่ปัจจุบันได้รับความนิยมสูงในวงการแพทย์

ผลลัพธ์ที่ได้จากการร้อยไหม Tesslift ?

ร้อยไหม รีวิว
รีวิวร้อยไหมโครงตาข่าย

หลังจากร้อยไหม Tesslift ใบหน้าดูยกกระชับขึ้นทันที และในกรณีของเคสที่มีแก้มตอบ แก้มที่ตอบจะดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมีผลวิจัยออกมาแล้วว่าหลังจากที่ได้รับการร้อยไหมโครงตาข่ายประมาณ 1 เดือน ใบหน้าจะดูยกกระชับมากขึ้นกว่าตอนหลังทำ

และเมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือน ผิวจะดูกระชับและฟูขึ้นมากที่สุดโดยผลลัพธ์นี้จะคงสภาพอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี เนื่องจากเป็นผลลัพธ์จากการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวจากตัวไหม Tesslift นั่นเอง

ไหม Tesslift แตกต่างจากไหมอื่นอย่างไร ?

ลักษณะไหมโครงตาข่าย
  • ไหมโครงตาข่าย Tesslift Soft เป็นเส้นใยโครงตาข่าย 360 องศา ทำจากวัสดุ Polydioxanone (PDO) มีความปลอดภัยสูง ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ
  • เงี่ยงของไหมโครงตาข่าย จะเกาะติดกับเนื้อเยื่อได้ดี และตัวตาข่าย (Mesh) เป็นตัวกระตุ้นให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นมาเกาะและเจริญเติบโตที่รูของไหมโครงตาข่าย ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจนได้มากกว่าไหมทั่วไป
  • เส้นไหมมีแรงยึดและแรงตรึงผิวที่แน่น รวมถึงมีเทคนิคที่เฉพาะในการร้อย ทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
  • การยึดของเนื้อเยื่อทำให้การร้อยไหมโครงตาข่ายมีความแข็งแรงมากกว่าปกติถึง 100 เท่า เมื่อเทียบกับการร้อยไหมแบบเดิม
  • ใช้งานง่าย สะดวก โดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง

เทคนิคในการร้อยไหม Tesslift

  • แพทย์ทำการประเมินปัญหารูปหน้าของคนไข้ และดีไซน์แนวการวางไหมบนใบหน้าเฉพาะตามแบบฉบับของไหมโครงตาข่าย (Tesslift Soft)
  • เปิดรูเข็มบริเวณที่ต้องการจะใส่ไหม ตรงบริเวณขมับทั้งสองข้าง
  • ใส่ไหมไปตามแนวการวางไหมที่วางไว้ถึงตำแหน่งที่ต้องการ และถอดเข็มออกในทิศทางเดิม
  • ใส่เส้นไหมโครงตาข่ายส่วนที่เหลือกลับลงไปในรูเปิดเดิม และใส่กลับไปในทิศทางที่วางไว้อีกแนวหนึ่ง เท่ากับการร้อยไหม 1 เส้น เปรียบเหมือนได้แนวการร้อยไหมถึงสองแนว
  • ทำซ้ำจนครบทุกเส้นตามแนวที่วางไว้ จากนั้นปรับผิวให้ดูเข้าที่และกดให้ผิวยึดเกาะกับแนวโครงตาข่ายให้แน่น เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจน

ขั้นตอนการร้อยไหม Tesslift

  • แปะยาชาประมาณ 30 – 45 นาที
  • หมอจะประเมินรูปหน้า แจ้งการวางเส้นไหมและจำนวนที่ใช้ตามปัญหาและความต้องการของคนไข้
  • ฉีดยาชาบริเวณที่ต้องการร้อยไหม 
  • ปูผ้า Set sterile เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ร้อยไหมในตำแหน่งที่หมอได้วางแนวไหมไว้ และถอดเข็มในตำแหน่งที่เข็มแทงเข้าไปครั้งแรก
  • ร้อยไหมส่วนที่เหลือในรูของเข็มเดิมและร้อยไปในทิศทางใหม่ที่วางไว้ เพื่อให้เกิดแรงยกมากที่สุด เท่ากับร้อยไหม 1 เส้น ได้ถึง 2 แนวแรงซึ่งเป็นจุดเด่นของไหมโครงตาข่าย ที่จะเพิ่มความแข็งแรงในการยึดเกาะและการยกกระชับเนื้อเยื่อ
  • หลังร้อยไหมครบตามที่ต้องการ จะมีบาดแผลเป็นรอยรูเข็มเล็กๆบริเวณไรผมตามจำนวนของเส้นไหมที่ร้อยในแต่ละด้าน โดยรูเข็มจะปิดเอง

ไหม Tesslift เหมาะกับใคร ?

ไหม tesslift soft

ไหม TESSLIFT (โครงตาข่าย) จะเหมาะสำหรับคนที่มีผิวที่หย่อนคล้อย ผิวหลวมเหลวขาดคอลลาเจน หรือมีแก้มค่อนข้างตอบถึงตอบมาก ไขมันหาย เห็นกระดูกโครงหน้าได้ชัดเจน

โดยปกติคนไข้ส่วนใหญ่ คุณหมอจะแนะนำให้ทำการรักษาแบบอื่น แต่ไหม TESSLIFT ค่อนข้างตอบโจทย์กับคนไข้กลุ่มนี้เนื่องจากกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี ทำให้ผิวดูฟูขึ้นได้ 

และสำหรับคนที่อยากให้ผลลัพธ์การร้อยไหมอยู่ได้นาน หลังทำคนไข้จะสังเกตเห็นได้เลยว่าใบหน้าที่หย่อนคล้อยถูกยกกระชับขึ้นอย่างชัดเจน

ข้อดีของการร้อยไหม Tesslift

  • ตัววัสดุเป็น POLYDIOXANONE สามารถสลายได้ตามธรรมชาติ มีความปลอดภัย และไม่มีสารตกค้างใต้ชั้นผิว
  • ไหมจะช่วยในการพยุงผิวหน้า เกี่ยวรั้งผิวหนังของเรา พร้อมเห็นผลยกกระชับทันทีหลังการร้อย และยังมีการสร้างคอลลาเจนอย่างรวดเร็วภายหลังการร้อยไหมโครงตาข่าย  
  • ไหมโครงตาข่าย มีผลในการยกกระชับผิวระยะยาว กระตุ้นให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อในรูของไหมโครงตาข่าย จึงทำให้เกิดแรงยึดและแรงตรึงที่แข็งแรงกว่าไหมชนิดอื่นๆ ทำให้มีประสิทธิภาพในการยกกระชับมากกว่าไหมตัวอื่นๆหลายเท่า
  • หากเปรียบเทียบกับไหมตัวอื่นยิ่งระยะเวลาผ่านไปไหมจะค่อยๆตกลง แต่ตัวไหมโครงตาข่ายจะค่อยๆกระชับขึ้นเรื่อยๆ หากตัวไหมสลายแล้วยังคงมีแนวคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ช่วยพยุงผิวทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าไหมทั่วไป
  • ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาเพียง 30 นาที
  • อุปกรณ์ในการร้อยไหมโครงตาข่ายออกแบบมาให้มีการใช้งานง่าย สะดวก ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิว ทำให้บวมช้ำน้อยและไม่ต้องพักฟื้นนาน

ไหม Tesslift ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาของไหมโครงตาข่าย (Tesslift) ในแต่ละคลินิกมีราคาที่แตกต่างกันไป จะขึ้นอยู่กับจำนวนของเส้นไหมที่ใช้ รวมถึงเทคนิคการร้อยและประสบการณ์ของหมอ โดยทางพัชชาคลินิกมีการจัดโปรโมชันไหมโครงตาข่าย โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามจำนวนของเส้นไหม

สามารถดูราคาเพิ่มเติมได้ที่ราคาร้อยไหมโครงตาข่าย (TESSLIFT)

ก่อนร้อยไหม Tesslift เตรียมตัวอย่างไร ?

  • งดรับประทานวิตามินและอาหารเสริมต่างๆ เช่น วิตามิน E, Collagen ใบแปะก๊วย น้ำมันตับปลา ก่อนร้อยไหมประมาณ 3 – 7 วัน
  • งดกลุ่มยาจำพวกแอสไพรินและยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ในช่วงก่อนฉีด 7 วัน เนื่องจากส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดทำให้เกิดเลือดหยุดช้า
  • สระผมก่อนที่จะมาร้อยไหมเพราะบริเวณขมับจะเป็นทางไหมเข้าจะมีพลาสเตอร์ปิดแผลไว้ให้งดโดนน้ำ 2 วัน
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนมาร้อยไหม 1 วัน เพราะแอลกอฮอล์เป็นสิ่งกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดทำให้เลือดออกง่ายเวลาร้อยไหม อาจเกิดอาการบวมช้ำได้
  • หากมีนัดทำฟัน ให้ทำฟันก่อนมาร้อยไหมเพราะหลังร้อยไหมต้องงดอ้าปากกว้างๆเพื่อไม่ให้ไหมเคลื่อน
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาเช่น แพ้ยาชาแบบฉีด แพ้ยาชาแบบทา หากมีอาการแพ้ยาต่างๆ จะต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนทุกครั้ง

สรุป

ไหมโครงตาข่ายมีความพิเศษที่ลักษณะของตัวเงี่ยงสองชั้น ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี ยึดเกาะกับผิวได้แน่น และยกกระชับผิวได้ยาวนานกว่าไหมแบบเดิมๆ

นอกจากนั้นเทคนิคการร้อยก็มีความแตกต่างกับไหมทั่วไป โดยการใส่ไหมหนึ่งเส้นจะได้แรงดึงถึงสองแนวเนื่องจากไม่มีการตัดไหม แต่ใส่ไหมส่วนปลายกลับเข้าไปใต้ผิวเพื่อสร้างแนวแรงดึงที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้นคนไข้ท่านใดที่มองหาผลลัพธ์ในเรื่องของการยกกระชับที่ดี เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน “ไหมโครงตาข่าย” ค่อนข้างตอบโจทย์เลยค่ะ

ทีมแพทย์พัชชาคลินิก