หลังร้อยไหมกี่วันเข้าที่ “จริงๆแล้ว หลังการร้อยไหมจะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าได้เลย” ผิวที่หย่อนจะถูกยกตึงสุด ใบหน้าดูกระชับขึ้นทันที แต่ไหมยังไม่ได้เกาะกับผิวแน่นทำให้ใบหน้ายังสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้อีก
ร้อยไหมกี่วันถึงจะเข้าที่ ?
หลังร้อยไหมกี่วันเข้าที่ กี่วันถึงจะเห็นผล? หลังร้อยไหมเสร็จ หลายคนส่องกระจกจะเห็นว่าหน้ากระชับขึ้น แต่บวมและไม่คุ้นชินกับใบหน้าของตัวเอง เนื่องจากใบหน้าในตอนนั้นจะมีความบวมของยาชาอยู่ ยิ่งใช้ยาเยอะก็ยิ่งบวมมาก
และหลังจากนั้นจะมีความบวมของแผลใต้ผิวและอาการระบมไหม ซึ่งผิวหน้าจะมีการซ่อมแซมแผลใต้ผิว เกิดการสร้างคอลลาเจน จนใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และสวยเป๊ะสุดที่ประมาณ 4-6 สัปดาห์
- 3-4 ชั่วโมง อาการบวมยาชาเริ่มหายไป เห็นโครงหน้าชัดเจนมากขึ้น
- 2-3 วัน จะมีอาการบวมและระบมไหมเป็นลำๆ ตามแนวไหม แต่จะยุบลงกว่าตอนแรกที่บวมยาชา และรู้สึกตึงไหมมากที่สุด
- 1-2 สัปดาห์ ใบหน้าจะเริ่มเข้าที่ขึ้น ไม่บวมแล้ว แต่จะยังมีบางจุดที่ยังรู้สึกแปล๊บไหมอยู่บ้าง
- 4-6 สัปดาห์หรือมากกว่า เป็นระยะเวลาที่ไหมจะเซ็ตตัว เกาะกับผิวแน่นและรูปหน้าเข้าที่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หลังร้อยไหมเห็นผลลัพธ์ทันทีกี่เปอร์เซ็นต์ ?
ผลลัพธ์ของการร้อยไหมจะเห็นผลชัดเจนทันทีว่าใบหน้าดูยกกระชับขึ้น แต่เป็นเพียงแค่ “ประมาณ 50%” ของผลลัพธ์ที่ได้เท่านั้น
เนื่องจากจะยังมีอาการบวมยาชาและอาการบวมจากการร้อยไหมอยู่ รวมถึงยังไม่เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว โดยจะเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไหมเริ่มเซ็ตตัวและมีการสร้างคอลลาเจนมาล้อมรอบตัวไหม
ผิวหน้าหลังจากการร้อยไหมเมื่อผ่านไป 1-2 เดือน ไหมจะทำหน้าที่ได้ดีมากขึ้นนอกจากมีคุณสมบัติในการยกกระชับแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการกระตุ้นคอลลาเจนทำให้ผิวบริเวณนั้น แน่นกระชับ และเรียบเนียนขึ้นอีกด้วย
หลังร้อยไหม มีอาการอะไรบ้าง ?
หลังร้อยไหมจะมีการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าหลายอย่าง และจะค่อยๆ เข้าที่ขึ้นเรื่อยๆ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบและตกใจได้หากเกิดขึ้นกับตนเอง อาการปกติที่สามารถพบได้หลังการร้อยไหมมีดังนี้ค่ะ
- อาการบวม หนังตาตก ปากเบี้ยว รู้สึกชาที่ปาก ดื่มน้ำลำบากหลังร้อยเสร็จทันที
อาการดังกล่าวเป็นผลจากยาชา จะหายไปเองที่ประมาณ 3-4 ชั่วโมง เมื่อยาชาหมดฤทธิ์
- อาการปวดระบม
อาการปวดจะค่อยๆ ลดลงใช้ระยะเวลา 3-7 วัน สามารถทานยาแก้ปวดที่แพทย์จ่ายให้เพื่อบรรเทาอาการปวดได้
- อาการเขียว บวม ช้ำ
เนื่องจากเกิดแผลใต้ชั้นผิว สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการผิวบอบช้ำหลังร้อยไหมได้ที่ 2-3 วัน อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น และหายได้เองที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์
- บวมนูน เป็นลำตามแนวไหม
เป็นอาการบวมของเนื้อเยื่อใต้ผิวรอบเส้นไหม พอไหมเข้าที่ดี อาการก็จะหายเป็นปกติที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์
- อาการตึงไหม เจ็บแปล๊บไหม อ้าปากลำบาก
หลังร้อยไหมอ้าปากไม่ได้ รู้สึกตึงๆ โดยจะรู้สึกได้มากช่วง 1-3 วันแรก หลังจากนั้นอาการก็จะค่อยๆ ดีขึ้นที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ควรระมัดระวังเวลาขยับหน้ามากๆ อ้าปากกว้างๆ เผลอหาว จะมีอาการแปล๊บไหมได้
- รอยรั้งไหม ริ้วไหม คลื่นไหม รอยย่นๆ บนผิวหน้า
คนที่ผิวขาดคอลลาเจนมากๆ ผิวนิ่มมากก็จะเกิดได้มากกว่า แต่อาการก็จะค่อยๆดีขึ้น และเรียบเป็นปกติที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์
ร้อยไหมต่างจากผ่าตัดดึงหน้าอย่างไร ?
การร้อยไหม และการผ่าตัดดึงหน้า มีจุดประสงค์ที่ต้องการแก้ไขความหย่อนคล้อยของใบหน้าเหมือนกัน แต่มีความต่างกันในการเลือกช่วงอายุและปัญหาบนใบหน้าที่เหมาะสม ขั้นตอนการทำ ระยะเวลาในการพักฟื้น
ในส่วนของผลลัพธ์ที่ได้ ต้องบอกเลยว่าได้ความยกกระชับเหมือนกัน แต่อย่างอื่นไม่มีอะไรเหมือนกันเลยค่ะ โดยการผ่าตัดดึงหน้าและการร้อยไหมมีความแตกต่างกัน ดังนี้ค่ะ
- การร้อยไหมจะให้ผลลัพธ์ในการยกกระชับที่ดีในคนไข้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง ส่วนคนไข้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับมาก การผ่าตัดดึงหน้ายังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดอยู่
- การร้อยไหม สามารถทำได้โดยใช้ยาชาเฉพาะจุดที่ต้องการใส่ไหม (ยาทาเฉพาะที่ และยาชาฉีด) ไม่ต้องดมยาสลบเหมือนการผ่าตัดดึงหน้า และใช้เวลาในการทำน้อยกว่า
- การผ่าตัดจะต้องใช้มีดกรีดชั้นผิวหนัง จึงอาจเกิดแผลเป็นที่เห็นชัดได้ ส่วนการร้อยไหมจะใส่ไหมเข้าไปใต้ผิวหนังแล้วถอดเข็มออก จะมีแผลรูเข็มที่ขนาดเล็กมากและไม่เกิดแผลเป็น
- หลังร้อยไหมอาจมีอาการเจ็บ บวมได้บ้างเล็กน้อยหลังร้อยไหมไป แต่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน ไม่เหมือนการผ่าตัดดึงหน้า
- ค่าใช้จ่ายในการร้อยไหมมีราคาไม่สูงเท่ากับการผ่าตัด อีกทั้งไม่ต้องฉีดยาหรือทานยาหลังทำให้ยุ่งยาก
- ระดับความยกกระชับของใบหน้า หลังการร้อยไหมจะค่อนข้างเป็นธรรมชาติ และเหมาะสำหรับใบหน้าที่หย่อนคล้อยในระดับน้อยถึงปานกลาง แต่ถ้าใบหน้ามีความหย่อนคล้อยมาก การร้อยไหมอาจจะไม่เหมาะสม การผ่าตัดดึงหน้าจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่า
หลังร้อยไหมบวมกี่วัน ?
หลังร้อยไหมกี่วันเข้าที่ อาการบวมจะหายตอนไหน ซึ่งอาการบวมหลักๆ หลังจากร้อยไหมเกิดการตัวยาชาที่ฉีดเข้าไปหลังทำ และการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อใต้ผิวจากตัวไหมและเข็มนำ
- อาการบวมจากยาชา
จะสังเกตเห็นได้เลยหลังจากร้อยไหมเสร็จ เนื่องจากใบหน้าจะมีปริมาณยาชาที่ฉีดเข้าไปก่อนการร้อยไหม โดยอาการบวมยาชาจะยุบเป็นปกติที่ประมาณ 4 ชั่วโมง ไปจนถึง 1 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
- อาการบวมจากการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อใต้ผิว
อาการบวมนี้เกิดจากตัวไหมไปขูดกับชั้นผิวและเส้นเลือดบริเวณรอบๆ จึงเกิดการบาดเจ็บขึ้น แต่สามารถหายได้เองและไม่อันตราย ซึ่งในแต่ละคนอาการบวมจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
อย่างเช่น ในคนที่มีผิวบอบบางมากจะเกิดอาการบวมช้ำได้มากกว่าผิวปกติทั่วไป ไหมปลายแหลมจะทำให้บวมได้มากกว่าไหมปลายทู่ การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อใต้ผิวยิ่งมากทำให้ยิ่งมีอาการบวมมากเช่นกัน
โดยอาการบวมนี้จะมีอาการบวมมากสุดแค่ 3 – 7 วันแรก และอาการบวมจะค่อยๆ ดีขึ้น หายไปช่วงประมาณ 2-4 สัปดาห์
>>สามารถอ่านตัวช่วยลดอาการบวมไหมได้ที่ ร้อยไหมบวมกี่วัน
ข้อปฏิบัติตัวหลังร้อยไหมไม่ให้ไหมเคลื่อน
การดูแลตัวเองหลังร้อยไหมเป็นหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในช่วงระยะเวลาที่ไหมยังไม่เข้าที่ดี เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ไหมยกกระชับอยู่ได้นาน ไหมไม่เคลื่อนตัวลงมาหรือขาดก่อน ในช่วงที่ไหมยังเกาะได้ไม่ดี โดยการปฏิบัติตัวที่แนะนำมีดังนี้
- งดการกด นวด คลึงหน้าแรงๆบริเวณที่ร้อยไหมไปช่วง 4 สัปดาห์แรก
- งดการขยับกล้ามเนื้อใบหน้าแรงๆ เช่น การยิ้มกว้าง เคี้ยวอาหารหนักๆ กัดฟัน ในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก
- เลี่ยงการอ้าปากกว้างหลังการร้อยไหม เช่น หาว การอ้าปากแปรงฟันที่มากไป การหัวเราะ การทำฟัน ในช่วง 4 สัปดาห์แรก
- สามารถทาครีมบำรุงผิวหน้าได้ตามปกติ แต่ทาเบาๆ และทาไปในทิศทางที่ยกขึ้น ไม่กดลง
- ใส่ผ้ารัดหน้าหลังทำการร้อยไหมเพื่อช่วงพยุง ยกกระชับผิว และป้องกันไม่ให้เผลอขยับใบหน้าแรง ในช่วง 4สัปดาห์แรก
- งดออกกำลังกายหนักๆ ที่ทำให้ผิวหน้ากระทบกระเทือน ในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก
- งดการกดสิวในบริเวณที่เป็นแนวไหมในช่วง 2 สัปดาห์แรก
อ่านเพิ่มเติม: วิธีดูแลหลังร้อยไหม
สรุป
จากข้อสงสัยที่ว่าหลังร้อยไหมกี่วันเข้าที่ จริงๆแล้วหลังร้อยไหมจะเห็นผลทันทีหลังทำ แต่จะเห็นผลเพียงแค่ 50% เท่านั้น เนื่องจากใบหน้า ณ ตอนนั้นจะยังมีความบวมของยาชาอยู่ ยิ่งใช้ยาเยอะก็ยิ่งบวมมาก
ซึ่งผิวหน้าจะมีการซ่อมแซมแผลใต้ผิว และเกิดการสร้างคอลลาเจน จนใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และเข้าที่สวยเป๊ะสุดประมาณ 4 – 6 สัปดาห์

