ขั้นตอนวิธีการร้อยไหม

วิธีการร้อยไหม

หลายคนอยากรู้ว่าขั้นตอนการร้อยไหมเป็นอย่างไร เพราะอาจกลัวเจ็บ กังวลว่าตอนสอดเข็มจะน่ากลัวไหม หมอร้อยวิธีไหน โดยในบทความนี้หมอมีคำตอบเกี่ยวกับแนวการวางไหมพร้อมกับเทคนิควิธีการร้อยไหมที่หมอใช้ให้ผลลัพธ์ออกมาสวยถูกใจคนไข้ทุกคน

แนวการวางเส้นไหม

จากที่หมอเจอมาหลากหลายเคส แต่ละคนจะมีปัญหาและรูปหน้าที่ไม่เหมือนกันเลยค่ะ ดังนั้นหมอจึงต้องประเมินอย่างละเอียดในทุกๆ เคสเพื่อการแก้ปัญหาที่ตรงจุด โดยแนวการวางไหมพื้นฐานแล้วจะเริ่มต้นที่ 4 เส้น แบ่งเป็นข้างละ 2 เส้น  และจะปรับไปตามปัญหาและรูปหน้าของคนไข้ ดังนี้

  • เส้นที่ 1 จะเริ่มวางตั้งแต่แนวกรอบหน้า ช่วงบริเวณกราม เพื่อสร้างฐานของหน้า
  • เส้นที่ 2 วางต่อมาจากเส้นที่ 1 ยังคงอยู่บริเวณแนวกรอบหน้าและกราม ซึ่งจะช่วยเก็บกรอบหน้าให้กระชับขึ้น ในบางคนที่มีแก้มตอบไม่เยอะมาก ก็สามารถช่วยให้แก้มตอบดูเต็มขึ้น
  • เส้นที่ 3 เส้นนี้จะวางต่อจากเส้นที่ 2 วางพาดไปในแนวกระเปาะแก้มด้านหน้า ทำให้เก็บกระเปาะแก้มที่หย่อนคล้อยได้ ในคนที่มีแก้มตอบจะสามารถช่วยให้แก้มตอบดีขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
  • เส้นที่ 4 เส้นนี้จะวางไหมไว้บริเวณมุมปากหรือร่องน้ำหมาก ดังนั้นใครอยากร้อยไหมเพื่อแก้ปัญหาร่องน้ำหมาก หรือ มุมปากตก แนะนำให้ร้อยข้างละ 4 เส้น ซึ่งจะได้ทั้งเก็บกรอบหน้า กระเปาะแก้มที่หย่อนคล้อย และร่องน้ำหมาก
  • เส้นที่ 5 และ 6 เส้นนี้จะวางไหมไว้บริเวณร่องแก้ม ดังนั้นใครอยากร้อยไหมเพื่อแก้ปัญหาร่องแก้ม แนะนำให้ร้อยข้างละ 5-6 เส้น ซึ่งจะได้ทั้งการเก็บกรอบหน้า กระเปาะแก้มที่ห้อย ร่องน้ำหมาก และร่องแก้ม 
  • เส้นที่ 1 จะเริ่มวางตั้งแต่แนวกรอบหน้า ช่วงบริเวณกราม เพื่อสร้างฐานของหน้า
  • เส้นที่ 2 วางต่อมาจากเส้นที่ 1 ยังคงอยู่บริเวณแนวกรอบหน้าและกราม ซึ่งจะช่วยเก็บกรอบหน้าให้กระชับขึ้น ในบางคนที่มีแก้มตอบไม่เยอะมาก ก็สามารถช่วยให้แก้มตอบดูเต็มขึ้น
  • เส้นที่ 3 เส้นนี้จะวางต่อจากเส้นที่ 2 วางพาดไปในแนวกระเปาะแก้มด้านหน้า ทำให้เก็บกระเปาะแก้มที่หย่อนคล้อยได้ ในคนที่มีแก้มตอบจะสามารถช่วยให้แก้มตอบดีขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
ร้อยไหม6เส้น
  • เส้นที่ 4 เส้นนี้จะวางไหมไว้บริเวณมุมปากหรือร่องน้ำหมาก ดังนั้นใครอยากร้อยไหมเพื่อแก้ปัญหาร่องน้ำหมาก หรือ มุมปากตก แนะนำให้ร้อยข้างละ 4 เส้น ซึ่งจะได้ทั้งเก็บกรอบหน้า กระเปาะแก้มที่หย่อนคล้อย และร่องน้ำหมาก
  • เส้นที่ 5 และ 6 เส้นนี้จะวางไหมไว้บริเวณร่องแก้ม ดังนั้นใครอยากร้อยไหมเพื่อแก้ปัญหาร่องแก้ม แนะนำให้ร้อยข้างละ 5-6 เส้น ซึ่งจะได้ทั้งการเก็บกรอบหน้า กระเปาะแก้มที่ห้อย ร่องน้ำหมาก และร่องแก้ม 
ร้อยไหม10เส้น

วิธีการร้อยไหม

ร้อยไหมที่พัชชาคลินิก มีขั้นตอนการทำดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 “ประเมินใบหน้าก่อนทำ”

ขั้นตอนแรกเป็นการวิเคราะห์รูปหน้าและปัญหาเฉพาะของแต่ละบุคคล คุณหมอจะดีไซน์แนวการวางไหมที่เหมาะสม และมีการแนะนำชนิดของเส้นไหม ในบางเคสที่มีปัญหา คุณหมอจะแนะนำว่าควรต้องแก้ไขปัญหาเหล่านั้นด้วยวิธีอะไร

ตัวอย่างเช่น คนไข้อยากมีรูปหน้าที่เรียวเล็กแต่มีไขมันเยอะ จำเป็นต้องมีการฉีดสลายไขมันร่วมด้วย เพื่อให้ปริมาณไขมันน้อยลง ในเคสนี้ถ้าร้อยไหมเพียงอย่างเดียว ผลลัพธ์ที่ได้คือ ใบหน้าจะดูยกกระชับขึ้น แต่แก้มจะดูอูมขึ้น ดังนั้นจึงต้องมีการฉีดสลายไขมันร่วมด้วย

ขั้นตอนที่ 2 “แปะยาชา”

หลายคนกังวลว่าร้อยไหมเจ็บไหม ในขั้นตอนนี้ผู้ช่วยแพทย์จะใช้ยาชาแบบครีมที่ออกฤทธิ์เฉพาะที่ (Local anesthetic) ทาตำแหน่งที่จะทำการร้อยไหม รอยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 30-45 นาที  ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บเวลาเข็มจิ้มได้

ในคนไข้ที่ผิวแพ้ง่าย หรือ แพ้ยาชาชนิดทาเฉพาะที่ จะใช้เป็นการประคบเย็นแทน และคุณหมอจะฉีดยาชาเข้าใต้ผิวหนังอีกทางหนึ่ง

ขั้นตอนที่ 3 “ฉีดยาชา”

จะมีการฉีดยาชาเข้าไปใต้ผิวหนังตามแนวไหมที่จะร้อย คนไข้จะรู้สึกแสบเล็กน้อยจากตัวยาชา โดยจะใช้เวลาประมาณ 5 นาที ยาชาจึงจะออกฤทธิ์ และเริ่มทำการร้อยไหม การแปะยาชาจะช่วยลดความเจ็บขณะเข็มยาชาจิ้มบริเวณผิวด้านบน แต่จะไม่ลดความรู้สึกแสบขณะปล่อยยาชา

ขั้นตอนที่ 4 “ทำความสะอาดใบหน้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ”

ผู้ช่วยแพทย์จะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเตรียมผิวหนังบริเวณใบหน้าให้ปราศจากเชื้อ เพื่อเตรียมพร้อมการร้อยไหม ในขณะที่รอยาชาออกฤทธิ์ เมื่อทำความสะอาดใบหน้าเรียบร้อย ห้ามคนไข้สัมผัสบริเวณใบหน้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้เชื้อโรคมาปนเปื้อนได้

ขั้นตอนที่ 5 “ร้อยไหม”

คุณหมอจะค่อยๆใส่ไหมทีละเส้นเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง – SMAS ขึ้นอยู่กับชนิดของไหม ตามแนวไหมที่ประเมินไว้ตามความเหมาะสมในรูปหน้าของแต่ละบุคคล คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากฤทธิ์ของยาชา และจะมีความรู้สึกตึงๆ เป็นส่วนใหญ่ 

ขั้นตอนที่ 6 “กดไหม จัดตำแหน่งไหม”

เมื่อวางแนวไหมครบคุณหมอจะดึงปรับไหมให้ผิวยกกระชับขึ้น ซึ่งจะมีการจัดตำแหน่งของผิว และคลายริ้วไหมในบางตำแหน่ง คนไข้จะได้ยินเสียงกึ๊กๆ ขณะที่คุณหมอกดไหมเพื่อจัดตำแหน่งผิว แต่จะไม่รู้สึกเจ็บ 

การกดไหมจะทำให้สามารถกำหนดตำแหน่งของผิวที่ต้องการให้ยกกระชับให้อยู่ในตำแหน่งที่เราต้องการและช่วยลดรอยริ้วไหมที่เกิดจากการดึงไหม โดยขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญและเป็นเทคนิคเฉพาะของทางคลินิก ซึ่งต้องอาศัยแรงกดที่เหมาะสม เพราะหากกดมากจนเกินไปจะทำให้ผิวตกลงมาได้

ขั้นตอนที่ 7 “ตัดไหม”

เมื่อคุณหมอจัดแนวไหมให้พอเหมาะเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะทำการตัดไหมหรือจะมีการผูกปมไหมในการร้อยไหมบางชนิด ซึ่งเมื่อตัดปลายไหมออก จะไม่เห็นเส้นไหมหรือปมไหม

ก่อนกลับบ้านผู้ช่วยแพทย์จะทำความสะอาดผิวหน้า และปิดพลาสเตอร์บริเวณรูไหมเข้าให้กับคนไข้ ทางคลินิกจะมียาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อให้คนไข้กลับไปรับประทาน หากท่านไหนแพ้ยารบกวนแจ้งกับคุณหมอ

ร้อยไหมใช้เวลานานไหม

การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ใช้เวลาในการทำไม่นานเลยค่ะหากเทียบกับการผ่าตัด โดยจะใช้เวลาแปะยาชาประมาณ 30 นาที และร้อยไหมอีกประมาณ 30 นาที โดยรวมแล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมงค่ะ

ใช้เวลาพักฟื้นนานไหม

หลังร้อยไหมเสร็จทันทีอาจมีอาการบวม และรอยเขียวช้ำได้บ้างค่ะ แต่ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นค่ะ สามารถออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ 

แต่ควรระวังเรื่องการแสดงสีหน้าที่รุนแรงเพื่อป้องกันปัญหาหลังการร้อยไหม อย่างเช่น ไหมเคลื่อน ไหมขาด และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนาน

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  วิธีดูแลตนเองก่อน-หลังร้อยไหม

สรุป

การร้อยไหมจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 1-2 ชั่วโมง วิธีการร้อยไหมเริ่มที่การประเมินปัญหาและรูปหน้าก่อนทุกครั้งเพื่อดีไซน์แนวการวางไหมที่เหมาะสมในแต่ละคน

ระหว่างการร้อยจะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากมีการฉีดยาชา การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น แต่ทั้งนี้ควรดูแลตนเองหลังการทำตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อผลลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานค่ะ